ม่สามารถไล่ตามอีกฝ่ายได้ทัน ได้แต่มองอย่างอับจนหนทางขณะที่ตัวเองพ่ายแพ้ ความไม่ยอมรับและความอิจฉาก็เติมเต็มจิตใจคุณ คุณคำสาปแช่งเธอ แทบอยากจะฆ่าเธอด้วยมือตัวเองเลยทีเดียว”
เขาพูดด้วยเสียงที่เจือรอยยิ้ม แต่คำพูดที่หลุดออกมากลับแฝงไปด้วยความเย็นชา
ทุกอย่างที่พูดล้วนตรงกับความจริง เจียงเจินพบว่าตัวเองกำลังสั่น นั่นเป็นความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นจากส่วนลึกในใจ
ลางสังหรณ์บอกเธอว่า มีอันตรายที่ไม่รู้ที่มากำลังเข้าใกล้เธอ
แต่เธอกลับไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เธอเงยหน้ามองคนอื่น ๆ พวกเขาดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลย
เธออยากจะโต้แย้งมาก แต่ไม่มีคำพูดปราดเปรียวเหมือนเมื่อก่อน เธอได้แต่หน้าซีดขาว และพูดอย่างเฝื่อน ๆ ว่า “คุณพูดเหลวไหลอะไร ระวังฉันจะฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทนะ”
ขงชิวยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
เหลียงชิงฮวนค่อย ๆ ดูการแสดงอย่างเพลิดเพลิน ในใจรู้สึกสะใจกับความเดือดร้อนของผู้อื่น แต่บนใบหน้ากลับแกล้งทำเป็นโกรธ ตะโกนใส่ขงชิว “คุณพูดเหลวไหลอะไร อย่าปล่อยข่าวลือนะ”
ขงชิวหันสายตามาที่เธออีกครั้ง ถามอย่างไม่ใส่ใจนัก “ส่วนเธอคงดีใจมากใช่ไหมที่เห็นเธอคนนั้นอับอายแบบนี้”
เหลียงชิงฮวนรู้สึกใจหล่นวูบ
“คุณเกลียดเธอแต่ก็ต้องประจบประแจงเธอ ในใจถึงจะอึดอัดแค่ไหนแต่ก็ไม่มีทางเลือก ทำไมชีวิตคนต้องแบ่งชั้นวรรณะด้วย ทั้งที่เป็นคนเหมือนกัน ทำไมบางคนถึงเกิดมามีอภิสิทธิ์ มีทั้งเงินทั้งอำนาจอยู่ในมือ แต่คุณกลับไม่มีอะไรเลย ทำไ