แค่บอกว่า ชนะหนิงหนิงแล้ว รู้สึกดีใช่ไหมล่ะ?”
สีหน้าของเจียงเจินเปลี่ยนไป รอยยิ้มแข็งค้างทันที
“คุณพูดว่าอะไรนะ?” คราวนี้น้ำเสียงของเธอมีความรู้สึกเหมือนไม่อยากเชื่อ เจียงเจินคิดว่าตัวเองฟังผิดไป
ขงชิวถามพร้อมรอยยิ้ม “คุณโดนหนิงหนิงแย่งซีนตลอด เลยรู้สึกไม่ยอมรับใช่ไหม”
เจียงเจินมองเขาอย่างตกตะลึงก่อนจะยิ้มแหย ๆ อย่างเก้อเขิน
“คุณพูดอะไรคะ ฉันฟังไม่เข้าใจ”
ขงชิว “ไม่ต้องโกหกต่อหน้าผมหรอก ผมเห็นทุกอย่าง”
คนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้าง เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง ก็อดไม่ได้ที่จะชะลอฝีเท้าลง ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
เจียงเจินมองกล้องไลฟ์สดอย่างร้อนรน
ขงชิว “ไม่ต้องกังวล พวกเขาไม่ได้ยินหรอก”
เขาจ้องมองไปที่เจียงเจิน
เจียงเจินมีความรู้สึกว่า ทุกอย่างของเธอ เบื้องหน้าดวงตาคู่นี้ ไม่มีอะไรจะซ่อนเร้นได้เลย
เธอรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง รีบปฏิเสธทันที “คุณคิดมากไปแล้ว ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่มีความสุขกับตัวเอง อีกเดี๋ยวก็จะได้เห็นสวนดอกแพร์แล้ว ไม่เกี่ยวกับหนิงหนิงสักหน่อย”
ขงชิวไม่สนใจว่าเธอจะพูดอะไร เขายังพูดต่อไปว่า “ที่จริงคุณอิจฉาหนิงหนิงมากใช่ไหม”
เมื่อถูกแทงใจดำอย่างแรง เจียงเจินก็แทบจะเหงื่อแตกพลั่ก
ขงชิว “คนที่เคยถูกคุณเหยียบย่ำไว้ใต้เท้าตลอดเวลา ไม่เคยเห็นความสำคัญเลยสักครั้ง จู่ ๆ วันหนึ่งก็ปีนขึ้นมาอยู่เหนือหัวคุณ ในขณะที่ไม่ยอมรับ คุณก็รู้สึกสิ้นหวัง เพราะคุณพบว่า ไม่ว่าคุณจะพยายามอย่างไร ก็ไ