้ครึ่งป่าตกอยู่ในภาพมายาได้”
หนิงหนิง “นายไม่รู้เหรอ ก็ขงชิวที่โกหกนายว่าหมาป่าเป็นปีศาจไง”
จ้าวฉี่หมิง “…”
เขาเผลอเถียงตามความเคยชิน จึงลืมไปเลยว่ายังมีเรื่องนี้อยู่
จ้าวฉี่หมิงกลั้นโทสะไว้ แสร้งยิ้มทั้งที่ในใจไม่สบอารมณ์ “งั้นคุณช่วยอธิบายหน่อยสิว่า ทำไมป่าอีกครึ่งนี้ถึงเป็นภาพมายา”
หนิงหนิงไม่ได้ตอบโดยตรง แต่กลับถามหนิงเหนียนกับซูเจา “พวกคุณสองคนหิวหรือเปล่าตอนนี้?”
จ้าวฉี่หมิง “???”
ผู้ชมที่เงี่ยหูฟังอยู่ [???]
แม้แต่หนิงเหนียนและซูเจาที่ถูกถามก็ยังอึ้งไปชั่วขณะ
[ทำไมไม่ถามเรื่องอื่น ตอนนี้ประเด็นสำคัญคือทำไมป่าถึงเป็นภาพมายากันแน่]
[นี่มันเวลาเร่งด่วนนะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาใช้อารมณ์แล้ว]
[คงยังคิดเหตุผลที่สมเหตุสมผลไม่ออก เลยกำลังถ่วงเวลาอยู่มั้ง]
[จุ๊ จุ๊ ถ้าพูดเหตุผลไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดหรอก พวกเราไม่ได้หวังให้คุณไปช่วยเจินเจินแล้ว แฟนคลับของเราได้รวมตัวกันขอความช่วยเหลือจากหน่วยสืบสวนพิเศษแล้ว]
[หน่วยสืบสวนพิเศษหรอ? ขอร้องเถอะ หน่วยสืบสวนพิเศษก็บอกแล้วว่ามาแล้ว พวกคุณก็เลิกโทรไปจองสายด่วนตลอดเวลาแบบนี้ได้แล้ว ถ้ามีคนอื่นต้องการแจ้งความล่ะ บนโลกนี้ไม่ได้มีแค่เจียงเจินคนเดียวที่ประสบอันตรายนะ”
…
หนิงเหนียนส่ายหัว “ไม่หิวครับ”
ตอนเช้าหนิงหนิงเพียรบอกให้เขากินมากหน่อย หนิงเหนียนก็เชื่อฟังมาก กินทุกอย่างที่เหลือจนหมด
แต่สาเหตุหลักคือ ช่วงนี้เขาหิวตลอดเวลาจริง ๆ และรู้สึกเหนื่อยม