ด้ยินคำตอบของหนิงหนิงทุกคนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เจียงซั่ว “เป็นยังไงบ้าง มีความผิดปกติอื่น ๆ อีกไหม?”
หนิงหนิง “ไม่มี นอกจากหมอกแล้ว ทุกอย่างก็เป็นปกติ”
เจียงซั่ว “งั้นก็ดี พวกเธอมองเห็นถนนไหม?”
หนิงหนิงก้มลงมองดู เส้นทางเบื้องล่างถูกหมอกบดบังไว้ ตาของเธอมองเห็นได้ชัดเพียงประมาณสิบเซนติเมตรเท่านั้น
คนรอบข้างมองไม่เห็น แต่เธอได้ยินเสียงก่นด่าของเหล่าศิษย์ตระกูลจ้าว
ทันใดนั้น ชายเสื้อของเธอก็ถูกใครบางคนจับไว้
หนิงเหนียนมายืนข้างเธอ แล้วจับมือเธอแน่น
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก “จับให้แน่นนะ อย่าให้พลัดหลงกัน”
เขาตั้งป้อมเอาตัวเองกำบังอยู่ตรงหน้าหนิงหนิงโดยไม่รู้ตัว คอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
หนิงหนิงตอบเบา ๆ ว่า “อืม”
เจียงซั่ว “แล้วพวกคุณสามารถเดินออกมาได้ไหม?”
เมื่อครู่เขาลองใช้กล้องอื่นตรวจสอบสถานที่อื่น พบว่าทั้งป่าเต็มไปด้วยหมอก
จะพูดว่าเป็นหมอกก็ไม่ถูกนัก มันเหมือนเมฆสีขาวบริสุทธิ์ที่ตกลงมาในป่ามากกว่า
เหนือกลุ่มเมฆคือแสงสีทองที่เปล่งประกาย
แปลกประหลาดและงดงาม ช่างสวยงามจริง ๆ
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครมีอารมณ์จะชื่นชม
ทั้งป่าเต็มไปด้วยหมอกแบบนี้ ไม่รู้ว่าแขกรับเชิญทั้งหลายจะสามารถเดินออกมาได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เจียงซั่วยังคงมีความหวัง เพราะมีหนิงหนิงอยู่ด้วย
ทว่าไม่คิดเลยว่าหนิงหนิงจะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ออกไปไม่ได้”
เจียงซั่ว “หา? ทำไมล่ะ?”
[เมื่อกี้ฉันยังคิดอยู่เลยว่า ถ้ามี