ย่างนั้น แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็นของจริง คงเป็นแค่การคาดเดาน่ะ]
[ใช่ไหมล่ะ ดูหมาป่าเมื่อกี้สิ เห็นกับตาก็เป็นเรื่องจริงแล้ว]
[ฉันไม่ได้บอกว่าหมาป่าไม่ใช่ปีศาจนะ ฉันแค่สงสัยความจริงของเรื่องนี้เท่านั้น]
[พอเถอะ เขาจะแต่งเรื่องโกหกคุณเพื่ออะไร? อย่าเดาไปเรื่อยเลย]
…
ขงชิวลูบลำตัวกวางน้อยอย่างสงสาร “ตอนเช้าเห็นมันหิวมาก ก็เลยพามันมาหาอะไรกิน ไม่คิดว่าจะเจอกับปีศาจหมาป่า ผมบอกให้ฮวาฮวาวิ่งหนีไปก่อน ไม่คิดว่ามันจะทำเพื่อผม มันไปหาพวกคุณเพื่อขอความช่วยเหลือ”
หนิงหนิงมองกวางน้อยที่กำลังสั่นเทิ้มภายใต้การลูบไล้ของเขา แต่ไม่พูดอะไร
เจียงเจิน “มันหิวมากหรือเปล่าคะ อยากกินอะไรไหม?”
ขงชิว “ใช่ครับ มันไม่ได้กินอะไรมาเกือบวันแล้ว ต้องไปหาอะไรให้มันกินหน่อย” เขาอุ้มลูกกวางขึ้นมา
เจียงเจินถาม “คุณรู้ไหมว่าที่ไหนมีของกินบ้าง?”
ขงชิว “ครับ ผมคุ้นเคยกับป่านี้มาก ผมจะพามันไป”
เจียงเจินตามไปทันที “พวกเราไปด้วยกันเถอะค่ะ”
พวกเขาเก็บของเสร็จ กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง
หนิงหนิงพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “ฉันคิดว่าน่าจะดีกว่าถ้ามอบให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ”
เจียงเจิน “แต่ขงชิวอาศัยอยู่ในป่าลึกมาตลอด ใครจะเชี่ยวชาญกว่าเขาได้?”
ซูเจาส่งเสียงจึ๊กจั๊ก “กวางผอมขนาดนี้แล้ว ยังจะมาอ้างว่าเชี่ยวชาญอีกเหรอ?”