่งของประตู
“ได้โปรด…”
ฮึก ฮึก
เสียงคร่ำครวญยังคงฝังแน่น ดังขึ้นยิ่งกว่าครั้งเก่า
ผมฟังเสียงสะอื้นของเธอ พลางจับตาดูเงาไปด้วย
ร่างกายอยู่ในสภาวะระวังสุดขีด
ทั่วทั้งตัวแข็งเกร็ง พยายามผ่อนลมหายใจให้แผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ผม… จะให้มันรับรู้ถึงตัวผมไม่ได้เด็ดขาด
โชคยังดีที่เสียงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาทีที่ผ่านไป
“หนูหิว… ใครก็ได้…”
เสียงมันดังมาก และในไม่ช้า เงาจากร่างด้านหลังประตูก็หันกลับไป เส้นเงาหดเล็กลงเมื่อร่างเริ่มเคลื่อนห่าง
ภาพนั้นทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผมยังคงระวังตัวอย่างถึงที่สุด จึงรออยู่สองสามวินาทีก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วค่อย ๆ สอดมันเข้าไปตรงช่องว่างใต้ประตู
ผมขยับมันอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง ให้กล้องโผล่พ้นออกไปเพียงพอให้มองผ่านได้
‘ใช่เลย แบบนี้น่าจะยังเนียนอยู่ มันควรจะ—’
แต่ทันทีที่ผมเห็นหน้าจอ อากาศก็ติดขัดอยู่ในลำคอ
ทุกใบหน้าล้วนจ้องตรงมาทางประตู
จ้องเขม็งมายังช่องว่างคับแคบนั้น
ดูเหมือนกำลังเฝ้ารออยู่
ความรู้สึกหนาวสั่นแล่นพล่านทั่วทุกส่วนของร่างกาย ผมพยายามประคองลมหายใจให้เป็นปกติอย่างสุดความสามารถ
นั่น…
พวกเขากำลังรอผมอยู่งั้นเหรอ?
ผมกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า ก่อนจะดึงโทรศัพท์ออกมาและพยายามควบคุมฝ่ามือไม่ให้สั่นแบบสุดกำ