ไมเธอถึงมาคนเดียวล่ะ”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวตอบว่า “พวกเขาเหนื่อย ฉันเลยมาหาแหล่งน้ำน่ะ”
ซูเจาได้ยินแล้วขมวดคิ้ว “ผู้ชายสองคนพักผ่อน แล้วปล่อยให้ผู้หญิงอย่างเธอออกมาหาน้ำเหรอ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวหัวเราะแห้ง ๆ อย่างเก้อเขิน ไม่พูดอะไร ถือว่าเป็นการยอมรับ
เธอไม่อยากคุยกับจี๋ซางเลยสักนิด
[ฮ่า ๆ ซูเจาเป็นเหมือนกระบอกเสียงของฉันเลย ฉันเริ่มรู้สึกว่าเธอไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้นแล้ว]
[ผู้ชายสองคนนั่งคุยกันอยู่ที่นั่น แล้วให้ผู้หญิงไปหาเส้นทางแทน ฟังดูแย่จริง ๆ]
[เดี๋ยวนะ จี๋เสี่ยวเสี่ยวนี่เธอกำลังฟ้องเหรอ?]
[จี๋เสี่ยวเสี่ยวหมายความว่ายังไง? ถ้าเธอไม่อยากหาก็ไม่ต้องมาาก็ได้นี่ จี๋ซางก็ไม่ได้บังคับเธอสักหน่อย ก็เธอเองนั่นแหละที่อาสาเดินไปเอง แล้วตอนนี้มาทำตัวเป็นผู้เคราะห์ร้ายทำไม?]
[ยังไงล่ะ จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่ผู้เคราะห์ร้ายหรอกเหรอ? เธอก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่]
[พวกเขาสองคนยังคงคุยหัวเราะกันอยู่ตรงโน้น ในขณะที่เธอทั้งเหนื่อยทั้งหิวน้ำตลอดทาง]
[บอกแล้วไงว่าถ้าเธอไม่อยากมาก็ปฏิเสธได้ ทำไมพวกคุณฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันเลยล่ะ?]
…
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเดินมาตั้งนาน ทั้งเหนื่อย ทั้งหิวน้ำจริง ๆ
เธออาศัยน้ำที่หนิงเหนียนต้มไว้ รีบดื่มรวดเดียวหมดแก้ว รู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย
เธอเห็นเต็นท์ที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ แล้วรู้สึกแปลกใจ “ทำไมพวกคุณถึงตั้งเต็นท์ตรงนี้ล่ะ? ถ้ามีสัตว์ป่ามาจะทำยังไง?”
เธอพูดถึงจุดที่ไม่เหมาะสมออกมาอย่า