้แต่ตำรวจก็ยังสืบไม่พบอะไร
ผานซุ่ยเหลียน “แล้วคุณกลัวอะไร? มันก็จบไปแล้วนี่”
จี๋หยวนซาน “พูดง่าย ๆ คือตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่จบ ฉันก็ยังวางใจไม่ได้”
ผานซุ่ยเหลียน “แค่ลูกนอก… เอ่อ เด็กคนนั้นของคุณยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ มันก็จบแล้ว จะไม่สบายใจอะไรอีก เขาน่าจะเข้าใจเหตุผลนี้นะ ในเมื่อเขาฉลาดขนาดนั้น ใช่ไหม?”
จี๋หยวนซาน “ก็จริงอย่างที่คุณว่า”
ผานซุ่ยเหลียน “งั้นก็แค่นั้นแหละ ส่วนหนิงหนิงนั่น พูดถึงที่สุดแล้ว ก็แค่เด็กสาวอายุยี่สิบกว่า ๆ จะเก่งกาจอะไรได้มากมาย ก็แค่เด็กผู้หญิงที่พ่อแม่บุญธรรมทิ้งไป แล้วก็ทำท่าจะเป็นจะตาย คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก”
ผานซุ่ยเหลียนพูดออกมาได้เช่นนี้ เพราะเธอได้เห็นกับตาตัวเองตอนที่หนิงหนิงถูกไล่ออกจากตระกูลเจียง เธอร้องไห้น้ำตานองหน้า ไม่ยอมไปไหนเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น แม่คนนั้นจากตระกูลเจียง เวลาไปร่วมงานสังสรรค์กับบรรดาภรรยาเศรษฐี ก็มักจะเอาเรื่องที่หนิงหนิงอ้อนวอนขอกลับไปตระกูลเจียงมาเล่าให้ทุกคนฟังเป็นเรื่องตลก เพื่อให้ทุกคนขำขัน
แม้ผานซุ่ยเหลียนจะรู้สึกรังเกียจพฤติกรรมแบบนี้ แต่ใครบ้างล่ะที่ไม่ชอบดูเรื่องสนุก ๆ
เธอเองก็หัวเราะไปด้วย พูดถึงเรื่องนี้แล้ว มันทั้งน่าสงสารและน่าขันไปพร้อมกัน
เธอไม่เชื่อหรอกว่า ความยึดติดของคนเราจะสลัดทิ้งได้ง่าย ๆ แบบนั้น
ดังนั้น ไม่ว่าตอนนี้ในอินเทอร์เน็ตจะบรรยายถึงหนิงหนิงว่าเป็นวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำอะไรก็ได้อย่างไร แต่ใน