งใด มาทำลายบทเพลงที่เขาบรรเลง
ไม่มีภาพใด มาสั่นคลอนบทเพลงที่เขาได้ยิน
เขาเย็บริมฝีปากและปิดผนึกดวงตาของตน
เพื่อสดับฟังเสียงดนตรีรอบกาย
และ…
เพื่อกดเสียงของโลกภายนอกให้จมดิ่ง
…ความบ้าคลั่งนั้นมาถึงจุดที่กู่ไม่กลับ ทั้งหมดที่วาทยกรคิดมีเพียงการบรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ; ชีวิตของเขาขับเคลื่อนด้วยความคิดนั้นเพียงหนึ่งเดียว
ผมไม่เข้าใจกระบวนการคิดแบบนั้นเลย
ผมไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ
ผมไม่ได้ไขว่คว้าหาความสมบูรณ์แบบ
ผมแค่ต้องการจะมีชีวิตอยู่
ผมแค่…
ผมกะพริบตาอย่างเชื่องช้า
นั่นเป็นเรื่องโกหก ผมเข้าใจมันนิดหน่อย พลางนึกย้อนไปถึงเกมที่ตัวเองเพิ่งพัฒนา นึกย้อนไปถึงปฏิกิริยาทั้งหมดที่เห็นบนโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งเสียงกรีดร้อง สายแจ้งตำรวจ และ… ทุกสิ่งอย่าง
ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะ
…ความรู้สึกที่อยากจะทำมากกว่านี้
ดีกว่านี้ สมบูรณ์แบบกว่านี้
ผมกะพริบตาอีกครั้ง จ้องมองภาพของวาทยกรตรงหน้า เขาไม่ได้พูดอะไรขณะมองมาทางผมผ่านพื้นผิวขัดเงาของเปียโน
ผมเริ่มเข้าใจมากยิ่งขึ้น แผ่นหลังของผมเริ่มโค้งงอโดยไม่รู้ตัว
ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไม
แต๊ง—
แต่พอผมเล่นโน้ตตัวถัดไป บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับมันกลับให้ความรู้สึกแตกต่าง
มันรู้สึกกระจ่างกว่า
เฉียบคมยิ่งกว่า
“…..”
เรียวนิ้วมือพลันกระตุก รู้สึกถึงความเจ็บปวดเข้ามา