เกาะกุมในอก ผมเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนบนเปียโน
วาทยกรอยู่ตรงนั้น ไม้บาตองของเขากรีดกรายกลางอากาศ
ตั้งแต่เมื่อไหร่…
“ฮ่าา…”
ลมหายใจยาวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก
อาการกระตุกนิ้วยังคงอยู่ ผมเล่นโน้ตตัวต่อไป เสียงของมันแผ่ขยายไปทั่วห้องและดังก้องอยู่สองสามวินาที
เสียงนั้น…
‘มันดีมาก’
ผมลอบกลืนน้ำลายเงียบ ๆ ปากแห้งผากอย่างน่าประหลาด สายตาจ้องมองแป้นคีย์เบื้องหน้า ผมอยากได้ยินมันอีก
อยากได้ยินเสียงกระจ่างชัดเหมือนเมื่อครู่นี้
ผมจึงลองอีกครั้ง
แต๊ง แต๊ง!
ฝ่ามือทั้งสองขยับไปเอง พวกมันร่ายรำบนแป้นคีย์ กดลงส่งเสียงโน้ตให้ก้องกังวานในอากาศ
“ฮ-ฮะ”
ทรวงอกสั่นสะท้าน โน้ตเพลงล่องลอยท่ามกลางบรรยากาศ สายตาจ้องมองเงาสะท้อนตรงหน้า เห็นวาทยกรกวัดแกว่งไม้บาตอง
เขากำลัง…
กำกับบทบรรเลงของผมอยู่
แต๊ง!
ผมเริ่มทำตามการชักนำของเขา
…แผ่นหลังงองุ้มมากยิ่งขึ้น เรียวมือเริ่มแข็งเกร็ง
ยิ่งผมเล่นดนตรีมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าฝ่ามือของตนเบาหวิว โน้ตแต่ละตัวของท่วงทำนองที่บรรเลงออกมานั้นฟังดูเปราะบาง ราวกับว่าแป้นคีย์ทำมาจากแก้วแผ่นจางที่พร้อมจะแตกสลายภายใต้แรงกดเพียงเล็กน้อย
ผมเริ่มหวาดกลัว
กลัวว่าจะทำผิดพลาด
แค่คิดว่าอาจจะกดแรงเกินไปก็ทำเอาหัวใจปวดร้าว
มันทำให้ภายในหัวปั่นป่วนไปด้วยความคิดสารพัดอย่าง มันกำลั