ยเป็นคนให้มา”
เมิ่งจินถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หนิงเหนียน “แต่ถ้าคนอื่นเห็นฉันเดินออกไปจากที่นี่ ฉันก็ห้ามไม่ได้นะ”
เมิ่งจินชะงักไป “ช่างมันเถอะ” เห็นก็เห็นไป อย่างไรเสีย ในความคิดเขา ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่าสถานการณ์ตอนนี้อีกแล้ว
หนิงเหนียนกับฉีอันออกจากร้านบาร์บีคิว พอขึ้นรถ ฉีอันพูดว่า “เขาชัดเจนเลยนะว่าใช้พวกเราเป็นเครื่องมือ”
ถ้ามีความสามารถก็ทำเองสิ เขากลัวที่จะขัดแย้งกับตระกูลจี๋แล้วคิดว่าพวกเราไม่กลัวหรือไง?
ไม่สิ พวกเราดูเหมือนจะไม่กลัวจริง ๆ นั่นแหละ
พูดให้ถูกต้องกว่านั้นคือหนิงหนิงไม่กลัว แต่ครั้งนี้อีกฝ่ายเป็นตระกูลจี๋เลยนะ แค่เรื่องการควบคุมกระแสสังคมก็ยากที่จะรับมือแล้ว
ฉีอัน “แล้วตอนนี้จะทำยังไง?”
หนิงเหนียนตอบอย่างเป็นธรรมชาติ “ปล่อยเสียงบันทึกออกไปเลย”
ฉีอัน “นายคิดวิธีแก้ปัญหาได้แล้วเหรอ?”
หนิงเหนียน “ยัง พวกเขาไม่ใช่เหรอที่ตะโกนว่าอยากรู้ประวัติของจี๋ซังชิง”
ฉีอัน “…แค่เพราะเรื่องนี้เหรอ?” รู้สึกว่ามันง่ายเกินไป
ฉีอันกระตุกมุมปาก “วิธีที่นายตามใจแฟนคลับนี่แปลกดีนะ”
หนิงเหนียนพูดไม่ผิด ช่วงหลายเดือนนี้ชาวเน็ตไม่เคยสงบเลย เรื่องของชุนฮวาเพิ่งผ่านไป ก็มาเจอเรื่องของเจียงเอี้ยนจือ คลื่นลูกเก่ายังไม่สงบ คลื่นลูกใหม่ก็มาแล้ว
เพิ่งจัดการเหยียนไถเสร็จ ตอนนี้ทั้งเน็ตก็กำลังจัดการจี๋ซังชิง แต่ทุกคนขุดคุ้ยไปมาก็ไม่พบประวัติของจี๋ซังชิงแม้แต่นิดเดียว
ยิ่งพิสูจน์ได้ว่า อิทธิพลเบื้อ