ไม่เคยได้ยินข่าวลือใด ๆ บริษัทนี้ก็ผุดขึ้นมาในชั่วข้ามคืน
เรื่องนี้ทำให้วงการเดือดพล่านขึ้นมาทันที
แค่เท่าที่ฉีอันรู้มา มีนักแสดงหญิงระดับแถวหน้าเตรียมย้ายค่ายแล้วถึงสองคน
แต่ฝั่งบริษัทเว่ยหลานนั้น หลังจากก่อตั้งบริษัทแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย
จนถึงตอนนี้ คนอื่นก็มองไม่ออกเหมือนกัน
ฉีอันก็มองไม่ออกเช่นกัน บริษัทเพิ่งก่อตั้ง ไม่ควรจะต้องฉวยโอกาสช่วงนี้ตีเหล็กตอนร้อน รับคนเพิ่มหรอกเหรอ ในเมื่อมีดาราแถวหน้ารอเข้าบริษัทอยู่
อาจจะเป็นรสนิยมของมหาเศรษฐีก็ได้ เขามีเงิน เขาก็ชอบทำแบบนี้
ฉีอันก็เคยคิดเหมือนกันว่าจะพาหนิงเหนียนย้ายไปอยู่เว่ยหลาน
ถ้าเป็นเว่ยหลานที่ต้องการพาหนิงเหนียนไป สตาร์ไลท์จะกล้าไม่ปล่อยตัวเหรอ?
แต่ฉีอันก็แค่คิดเล่น ๆ เท่านั้นแหละ
ขนาดนักแสดงแนวหน้าไป เว่ยหลานยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
หนิงเหนียนไป ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่
ฉีอันรู้ดีว่า สถานะของไอดอลนั้นต่ำมาก
เมื่อวานตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากเว่ยหลาน ฉีอันยังคิดว่าเป็นแก๊งต้มตุ๋นจึงตัดสายไป
แต่ทางนั้นยังโทรมาอีกหลายครั้ง จนกระทั่งติดต่อเขาได้ผ่านช่องทางอื่น
ฉีอันรู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะตื่นเต้นมาก
แต่เพราะมีบทเรียนจากไห่ซางมาก่อน ตอนนี้ฉีอันจึงรู้สึกหวาดกลัวบริษัทที่มีตระกูลร่ำรวยเป็นผู้ลงทุนแบบนี้อยู่บ้าง
แม้จะเป็นแบบนั้น ฉีอันก็ยังรู้สึกตื่นเต้น “ถ้านายไป นายก็จะเป็นพนักงานคนแรกของเว่ยหลานน