สถานการณ์ดำเนินไปในทิศทางที่ไม่มีสมาชิกจากกิลด์ใดเข้าใจเลยสักคนว่าเกิดอะไรขึ้น
จิตใจของใครหลายคนสับสนวุ่นวายขณะจ้องมองตัวตลกซึ่งนั่งอยู่หน้าเปียโน
ตัวตนของเขายังคงเป็นปริศนา
เฉกเช่นเดียวกับเจตนาของเขา
เขาโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย การคงอยู่ของเขาเปลี่ยนแปลงฉากทั้งหมดไป
หัวใจของเหล่าผู้คนจากกิลด์หนักอึ้งขึ้นเมื่อเห็นเขา
แผ่นหลังของเขาเหยียดตรง นั่งอยู่หน้าเปียโน
สังเกตจากท่าทางเพียงอย่างเดียว บ่งบอกได้เลยว่าเขาเป็นผู้ที่มีประสบการณ์
แต่บทเพลงของเขาจะสามารถทำให้เจ้าภาพประทับใจได้จริง ๆ เหรอ?
แต๊ง!
โน้ตตัวแรกเริ่มบรรเลง
ตามด้วยตัวที่สอง และตัวที่สาม
แผ่นหลังของตัวตลกยังคงตั้งตรง ฝ่ามือเล่นเปียโนต่อไป
ในขณะที่มือซ้ายไล่ระดับคอร์ดโน้ตต่ำอย่างมั่นคงและต่อเนื่องราวกับขบวนแห่ศพ มือขวาก็ถักทอสำเนียงเพลงอันเบาบางและเว้าวอนประดับเบื้องบน
ห้องสั่นไหวด้วยกระแสเสียงนุ่มนวล สวยงาม เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีร่องรอยของความหดหู่สอดแทรกภายในทุกจังหวะที่หยุดและบรรเลง
มันเป็นท่วงทำนองแสนเรียบง่าย ทว่ากลับให้ความรู้สึกไพเราะระรื่นหู
แต่ในเวลาเดียวกัน…
‘มันเพราะดีนะ แต่ฉันไม่รู้สึกถึงอะไรเลยสักอย่าง’
ผู้คนต่างเต้นรำไปตามทำนอง แต่การเต้นของพวกเขากลับติดขัด
มันเชื่องช้า