กประตูบานหนึ่งพอดี
ในมือของเธอถือถุงของอยู่หนึ่งถุง ปากบ่นพึมพำว่า “ไม่กินอีกแล้ว อดตายไปเลยก็ดี”
เธอจากไปอย่างรวดเร็ว
ไป๋ฮวนเดินออกมา เดินไปที่ประตูบานนั้น เป็นอาคารสองชั้น เมื่อมองขึ้นไปจากด้านนอก จะเห็นเสื้อผ้าบางส่วนตากอยู่บนระเบียงชั้นสอง
เป็นเสื้อผ้าผู้ชาย
ประตูเหล็กมีสนิมเกาะ ดูเหมือนจะผ่านกาลเวลามานานแล้ว
ประตูถูกปิดแน่น เข้าไปไม่ได้
ไป๋ฮวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เคาะประตูเบา ๆ แต่ไม่มีคนตอบรับ
เธอเคาะอีกครั้ง จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งวูบผ่านหน้าต่างชั้นสองไป
เก้าอี้ตัวหนึ่งถูกโยนลงมาจากระเบียง
‘ปัง!’
เสียงดังสนั่น
“ไสหัวไป!” เสียงตะโกนของผู้ชายดังลั่นด้วยความโมโห
แม้จะไม่ได้ยินเสียงนี้มานานแล้ว แต่แค่เพียงหนึ่งพยางค์ ไป๋ฮวนก็จำได้แล้วว่า นี่คือเสียงของเจียงเอี้ยนจือ
“เจียงเอี้ยนจือ!” ไป๋ฮวนร้องเรียก
“เป็นเจียงเอี้ยนจือใช่ไหม?”
อาจเป็นเพราะน้ำเสียงของเธอตื่นเต้นมาก และแตกต่างจากคนที่เคยมาที่นี่ก่อนหน้านี้
มีคนปรากฏตัวที่หน้าต่างชั้นสอง
ไป๋ฮวนเขาจำไม่ได้ในทันที
ผมค่อนข้างยาว ปิดบังดวงตา หนวดไม่ได้โกน ดูแก่ลงไปหลายปี และดูสกปรกเล็กน้อย
เขาน่าจะนั่งอยู่ เพราะเห็นแค่ส่วนศีรษะกับไหล่เท่านั้น
หลังจากจ้องมองไป๋ฮวนอยู่สักพัก เขาก็ถามอย่างลังเล “ไป๋ฮวน?”
น้ำตาของไป๋ฮวนพลันไหลพรั่งพรูออกมาในทันที จนไม่อาจห้ามได้
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหลายวันและความเจ็บช้ำจากการเจอทางตัน แต่ในตอนนี้ ท