ะ?”
เจ้าของร้านตอบ “แน่นอนว่าฉันไม่ชอบเขา ลองดูน้องชายเขาสิ ถูกตามใจจนเสียคนขนาดไหน ชกต่อยได้ทุกวัน ก็อาศัยว่าพี่ชายเขารวย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เป็นเรื่องใหญ่”
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ” เจ้าของร้านเข้ามากระซิบ “ไอ้เด็กนี่เคยต่อยเพื่อนร่วมชั้นจนพิการเมื่อปีที่แล้ว”
ไป๋ฮวนตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะปฏิเสธออกไปโดยสัญชาตญาณ “เป็นไปไม่ได้หรอก”
เจ้าของร้าน: “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ คนในท้องถิ่นรู้กันทั้งนั้น สุดท้ายก็ต้องจ่ายค่าเสียหายไปเป็นเงินก้อนใหญ่ เด็กคนนั้นชีวิตพังยับเยินไปทั้งชีวิต ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามคนท้องถิ่นดูก็ได้ บางคนอาจจะพาคุณไปดูสถานที่จริงด้วยซ้ำ”
เจ้าของร้านถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ “ไอ้เด็กนี่ไม่มีทีท่าจะสำนึกเลยสักนิด ยังคงต่อยตีทุกวัน อาศัยว่าพี่ชายมีเงินมีอำนาจ เลยทำอะไรตามใจชอบ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย คนในท้องถิ่นเห็นครอบครัวนี้แล้วเกลียดกันไปหมด!”
ไป๋ฮวนยังคงไม่เชื่อ เจียงเอี้ยนจือไม่ใช่คนแบบนั้น
ในรายการ เขายังอุตส่าหาจับคู่กับสมาชิกที่ความสามารถไม่ค่อยดี แล้วก็คอยช่วยแนะนำท่าเต้นอย่างใจเย็นด้วย
เขาเป็นคนที่อ่อนโยนมากจริง ๆ
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมในอินเทอร์เน็ตถึงไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ?”
เจ้าของร้านลอกตา “ก็เพราะพวกเขามีเงินไง ใครที่กล้าโพสต์บนอินเทอร์เน็ตก็จะถูกลบทิ้งหมด พวกคนธรรมดาอย่างเราจะทำอะไรได้”
เรื่องพวกนี้ไป๋ฮวนเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก
ไป๋ฮวน “แล้วคุณเคยเจอเจียงเอี้ยนจือไห