“…”
ฝ่ามือที่ยื่นออกมาคว้ามือของผม
เธอเข้ามาใกล้
…เข้ามาใกล้มากขึ้น
‘เธอคงไม่ได้สังเกตเห็นอะไรใช่ไหม? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้หรอก เธอจะไปเห็นได้ยังไง?’
มือของเธอจับมือของผมไว้
เราทั้งคู่ยกมือขึ้นพร้อมกัน
และแล้ว—
แต๊ง!
เสียงดนตรีเริ่มบรรเลง มันเป็นบทเพลงที่สง่างามและร่าเริงตั้งแต่วินาทีที่โน้ตตัวแรกดังขึ้น ราวกับว่าทั่วทั้งห้องสว่างไสวขึ้นมาทันตา
ท่วงทำนองไหลเข้าสู่โสตประสาทหูของผมอย่างง่ายดาย ฝีเท้าเริ่มขยับไปเอง
ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เป็นแบบนี้
…ผมมองไปรอบ ๆ แล้วเห็นว่าทุกคนเคลื่อนไหวด้วยจังหวะเดียวกัน
นี่…
ผมค่อย ๆ หันสายตาไปทางชายหน้ากากทอง
เป็นฝีมือของเขางั้นเหรอ?
[โอ้ เป็นบทเพลงที่วิเศษมากเลยครับ! น่าทึ่งจริง ๆ !]
โฮสต์เริ่มกล่าวชมเชยชายในหน้ากากทอง ถือว่าเป็นหลักฐานเพียงพอที่ทำให้ผมสรุปได้ว่าเขาคือคนที่ชักนำการเคลื่อนไหวกะทันหันของผม
“ชิ”
ผมได้ยินเสียงใครบางคนเดาะลิ้น
พอหันศีรษะไปมองก็เห็นโซอี้กำลังจ้องไปยังทิศทางของชายหน้ากากทอง
“ไอ้เวรนี่มันโชคดีชะมัด”
แทนที่จะกลัวหรือหวั่นใจกับสถานการณ์ เธอกลับ…
โกรธ?
“ถ้าฉันโดนเรียกออกไป ฉันก็ทำแบบนั้นได้เหมือนกันแหละ”
อ่า
ตอนนั้นเองที่ความเป็นจริงกระแทกใส่หน้าผม
‘พวกนี้มันเป็นคนบ้าทั้งนั้น ก็แน่สิ คนบ้าต้องทำตัวแบบ