ส ๆ ของเด็กน้อยดังขึ้น แฝงไปด้วยความโหดร้ายที่ไร้เดียงสา
บนเตียงภายใต้ผ้าห่ม มีร่างของใครบางคนที่มองเห็นได้ราง ๆ
เสียงดังมาจากที่นั่น
วินนี่จัดผมที่ยุ่งเหยิงให้เรียบร้อย แล้วกลับมาอ่อนโยนเหมือนเดิม
“ไม่ได้ค่ะ ฉันเป็นแค่นักแสดงหน้าใหม่ ฉันต้องให้ความเคารพต่อนักเขียนบท”
ช่างน่าขำจริงๆ
เสียงนั้นหัวเราะขึ้นมา
วินนี่เดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง บนโต๊ะวางลูกลูกแก้วคริสตัลอยู่
ลูกแก้วคริสตัลสีขาวบริสุทธิ์ มีฐานสีทองไร้ซึ่งมลทิน
ไม่ได้เปิดไฟ แต่ผ้าม่านตรงหน้าต่างบานใหญ่เปิดออก
ลูกแก้วคริสตัลเปล่งประกายวิบวับใต้แสงจันทร์
วินนี่จุดบุหรี่หนึ่งมวน ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบ ๆ
ผ่านไปสักพัก
“หาเด็กแสบสองคนจากตระกูลแลนลีย์เจอหรือยัง?” เธอถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ยังไม่มีข่าวเลย”
วินนี่แค่นเสียงฮึ “เป็นถึงขนาดนั้นแล้ว แต่ราชวงศ์ยังคงปกป้องอยู่อีก”
“อัจฉริยะ อัจฉริยะ หนึ่งร้อยปีที่แล้วใครบ้างไม่ใช่คนอัจฉริยะ” วินนี่พึมพำ
“น่ารำคาญจริง” เธอกลับมาหงุดหงิดอีกครั้ง
เธอพ่นควันบุหรี่ไปที่ลูกแก้วคริสตัล
ภาพปรากฏขึ้นบนลูกแก้วคริสตัล
ชายและหญิงกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม
วินนี่เคาะลูกแก้วคริสตัลเบา ๆ เล็บสีแดงเพลิงสะท้อนประกายเย็นชาใต้แสงจันทร์
“ในเมื่อเราไม่สามารถทำอะไรกับคนเขียนบทได้ ก็ฆ่าพวกเขาทั้งสองซะเลยแล้วกัน”
ใบหน้าด้านข้างของเธอดูอ่อนโยนยิ่งขึ้นท่ามกลางสายหมอก
“ฉันสามารถฆ่าพวกเขาได้ไหม?” วินนี่