อาหารนะ นาน่าจะเป็นคนทำเอง”
นาน่ายิ้มบาง “ให้ฉันจัดการเองเถอะค่ะ”
เธอเป็นคนที่ทำอาหารเก่งมาก
หนิงเหนียนพยักหน้าเชื่อฟังอย่างว่าง่าย “อืม ขอบคุณนะ”
หลังจากหนิงเหนียนเดินเข้าห้องไป เธอก็กลับเข้าห้องของตัวเอง
นาน่าเดินตามเข้ามาด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อย หนิงหนิงเดินไปที่ข้างหน้าต่าง “ข้อมือคุณเจ็บอีกแล้วใช่ไหม?”
นาน่ากำข้อมือตัวเองไว้ ท่าทางเขิน ๆ อาย ๆ
หนิงหนิงพูดว่า “คุณบอกฉันตรง ๆ ก็ได้นะ”
เธอยื่นมือออกไป
นาน่ายื่นมือให้ รอยแผลบนข้อมือนั้นลึกมาก ลึกจนเห็นเส้นเอ็นที่ถูกคมมีดบาดขาด
หนิงหนิงจับแขนของเธอไว้ นาน่าเจ็บจนต้องสูดหายใจเฮือก
แสงจันทร์สาดส่องลงมาที่บาดแผล
หนิงหนิงร่ายคาถา
นาน่ารู้สึกง่วงงุน ความเจ็บปวดค่อย ๆ บรรเทาลง นาน่าสะบัดแขนของเธอ ความเจ็บปวดก็หายไปแล้ว
นาน่าดีใจมาก “ขอบคุณนะ งั้นคุณไปนอนเถอะ ฉันจะไม่รบกวนคุณแล้ว”
นาน่าหมุนตัวเดินจากไป
หนิงหนิง “คุณชื่ออะไร?”
นาน่าชะงักฝีเท้า หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเธอก็เดินทะลุผ่านกำแพงไป
ชั้นล่างพนักงานทำความสะอาดเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงแยกย้ายกันกลับ
วิลล่าที่วุ่นวายมาเกือบทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดก็กลับมาเงียบสงบ
ยกเว้นหนิงหนิงและหนิงเหนียน ทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างเข้านอนกันหมดแล้ว หนิงเหนียนอาบน้ำเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง ดอกกุหลาบที่หัวเตียงบานสะพรั่งราวกับจะบานไม่มีวันสิ้นสุด
‘การปกป้องนายและจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้นาย ม