นเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว พวกเขาล้วนชอบความตื่นเต้น
จี๋ซางก็วิ่งตามขึ้นไปอย่างกระตือรือร้น แต่จี๋เสี่ยวเสี่ยวรั้งเขาไว้ “เราอย่าไปกันเลยดีกว่า”
พวกลูกคนรวยเหล่านี้มีเงิน พวกเขามีอุปกรณ์ป้องกันตัวติดตัวทุกคน แต่พวกเขาสองคนไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่าง
ถ้าเกิดเจออะไรขึ้นมา คนที่จะเดือดร้อนเป็นคนแรกก็คือพวกเขานี่แหละ
จี๋ซางสะบัดมือออก “ถ้าไม่กล้าไปก็ไม่ต้องไป”
แล้วเขาก็วิ่งตามคนอื่นไป จี๋เสี่ยวเสี่ยวกัดฟันแน่นก่อนจะตัดสินใจเดินตามไป
กลุ่มคนเดินขึ้นบันไดไปอย่างคึกคัก
ที่ชั้นสาม ประตูห้องของเจียงฉือซิงถูกปิดอยู่
เจียงเจินบิดลูกบิดและค่อย ๆ ผลักประตูเปิด
เฉินมู่หันกลับมามองพวกเขาแล้วพูดว่า “พวกคุณออกไปก่อน ที่นี่อันตรายมาก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและจริงจังมาก
เจียงเจินเห็นหนิงหนิงในทันทีที่มองไป เธอยืนอยู่ข้าง ๆ เฉินมู่
เจียงเจินรู้สึกไม่พอใจ จึงเดินเข้าไปพลางพูดว่า “นี่มันห้องของน้องชายฉัน ทำไมฉันต้องออกไปด้วย”
กลุ่มคนรีบแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่ฟังคำเตือนของเฉินมู่เลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เป็นเวลายี่สิบสองนาฬิกา ห้านาที
จี๋เซากวาดตามองไปทั่ว แต่ไม่เห็นวิญญาณที่ไหนเลย จึงแกล้งถามหนิงหนิงว่า “ผีที่ว่านั่นอยู่ไหนล่ะ คราวนี้เธอซ่อนไว้ที่ไหน”
ผีเสื้อบนตัวของหนิงเหนียนซึ่งเดิมทีปีกของมันดูหม่นหมอง พลันลุกโชนขึ้นเป็นเปลวไฟที่สว่างจ้า
หนิงหนิงพูดว่า “ถึงเวลาแล้ว”
ยี่สิบสองนาฬิกา หกนาที
ประตูที่เปิดอยู