ังคงดังอยู่
หนิงหนิงนั่งอยู่ที่ขอบเตียง กลีบดอกกุหลาบสั่นไหวเบา ๆ
เว่ยฉือเดินออกมาและเจรจากับพวกเขา “รบกวนพวกคุณช่วยเบาเสียงลงหน่อยได้ไหมครับ ข้างบนยังมีคนอยู่นะ”
เมิ่งซางหรือก็คือผู้จัดการบ้านตระกูลเจียง เหลือบมองชั้นบนอย่างไม่ตั้งใจแล้วยิ้มบาง ๆ
“ขอโทษด้วยครับ พวกเราอาจจะรีบเกินไปเวลามันกระชั้นชิดจริง ๆ เพื่อเป็นการขอโทษ พวกเราจะชดเชยให้ทุกคนในงานเลี้ยงคืนนี้”
เว่ยฉือ…
นี่ไม่ได้หมายความว่า เขารู้แล้วแต่เขาจะไม่แก้ไขงั้นเหรอ
ตอนนี้ชั้นบนมีแค่หนิงหนิงคนเดียว คนอื่น ๆ ออกไปกันหมดแล้ว ตอนที่คนอื่นออกไปก็ทักทายเขาทุกคน ในห้องไลฟ์ก็เห็นได้ชัดเขาไม่เชื่อหรอกว่าคนคนนี้จะไม่รู้
คนที่บ้านตระกูลเจียงตั้งแต่บนลงล่าง ล้วนเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายต่อหนิงหนิง
ช่างน่ากลัวจริง ๆ
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า เว่ยฉือสั่นเทาเล็กน้อยรู้สึกหนาวนิด ๆ
ก่อนจะจากไปหนิงเหนียนได้พูดถึงปัญหานี้กับเขาเป็นพิเศษ
เว่ยฉือพยายามพูดอ้อม ๆ หลายครั้ง เพื่อขอให้พวกเขาเบาเสียงลง
แต่อีกฝ่ายก็แค่หัวเราะแก้เก้อ เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหลบเลี่ยง
เว่ยฉือยอมแพ้ในที่สุด
อาจจะเป็นเพราะความโกรธ เขาจึงรู้สึกหนาวขึ้นเรื่อย ๆ
เขาขยับร่างกายหันกลับไปมองก็เห็นหนิงหนิงยืนอยู่กลางบันได ในมือกำลังถืออะไรบางอย่างอยู่
พอมองดูใกล้ ๆ ก็เห็นเป็นลูกแก้วคริสตัลที่ส่องประกายวับวาว
เว่ยฉือยกมือทักทายเธอ ปกติหนิงหนิงแทบจะไม่ขยับตัวออกมาจ