ไหม?]
[ฮิ ๆ ของปลอมน่ะ แม้แต่ชุดโอตกูตูร์คอลเลกชันเก่า ๆ ยังขอยืมไม่ได้เลย~]
เมื่อเตรียมตัวจะออกเดินทาง หลินจื่ออวิ่นก็มาส่งพวกเขา
ถ้ามองจากรูปลักษณ์ภายนอก เธอไม่เหมือนผู้หญิงอายุสี่สิบปีที่มีลูกสองคนเลย
ที่หางตาแทบจะมองไม่เห็นริ้วรอย เธอสวมชุดกี่เพ้าสีขาวนวล ดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์แบบผู้หญิงที่มีความรู้
“แม่คะ ลาก่อนนะคะ หนูจะไปแล้วนะ” เจียงเจินพูด
หลินจื่ออวิ่นถามไม่หยุดทั้งเรื่องอันนี้เอาไปหรือยัง แล้วอันนั้นเอาไปหรือเปล่า
“แม่ครับ แม่พูดมากจัง” เจียงฉือซิงพูด
เจียงเจินเคาะหัวเจียงฉือซิงเบา ๆ “เด็กบ้า พูดอะไรของนาย!”
เจียงฉือซิงโกรธ แต่ไม่กล้าพูดอะไร
หลินจื่ออวิ่นมองดูทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม
[ฮ่า ๆ ๆ นี่แหละที่เรียกว่าอำนาจของสายเลือดสินะ]
[เหมือนกับวิธีที่ฉันอยู่กับน้องชายเลย ฮ่า ๆ]
[การอยู่ร่วมกันแบบนี้แหละที่เป็นเรื่องปกติ ใช่ไหมล่ะ?]
[ไม่ได้พูดถึง แต่ทุกคำกลับพูดถึง]
[ชู่ว! ระวังพวกคนที่ชอบติดตามจะมาเกาะแกะอีก ตอนนี้เจินเจินของพวกเราเป็นคนดังระดับท็อปแล้วนะ]
[รอยยิ้มของคุณแม่ดูอิ่มเอมใจจัง คงมีความสุขมากที่ได้ลูกสาวที่เคยสูญเสียไปกลับคืนมา]
[แม่หลินก็น่าสงสารจริง ๆ เลี้ยงลูกสาวของคนอื่นมาตั้งยี่สิบกว่าปี ส่วนลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองต้องอยู่อย่างลำบากมาตลอด]
คู่พี่น้องตระกูลเจียงถูกรับตัวไปแล้ว
ทีมงานไปรับแขกรับเชิญคู่ที่สองต่อซึ่งก็คือคู่พี่น้องตระกูลจี๋
พ่อแม่ของพี่น้องตระกูลจี๋เป็น