ถังพยักหน้า “ได้ค่ะ ได้ค่ะ”
จินซุ่ยเดินไปถึงประตูก็แอบวิ่งกลับมาอีกครั้ง แล้วกระซิบเบา ๆ “ฉันเอาเมล็ดพันธุ์ไปปลูกในกระถางดอกไม้ในบ้าน แล้วมันก็โตขึ้นไปจนชนเพดานบ้าน…”
“ถ้าปลูกนอกบ้านมันจะโตได้สูงกว่านั้นอีกนะ”
จินซุ่ยชะงักไป
เธอรู้ดี
เสียดาย ก็คือเสียดาย
หนิงหนิงพูดต่อ “รอให้พวกคุณเด็ดดอกท้อหมดก่อน ต้นไม้ก็จะออกดอกรอบใหม่ เพื่อชดเชยความสูงที่หายไป”
จินซุ่ยรียส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น”
เธออยากเห็นดอกท้อสีทองที่สูงกว่าตัวบ้าน มันคงจะยิ่งใหญ่และสวยงามมากแน่ ๆ
ไม่ใช่เพราะมันมีเงินเยอะจริง ๆ นะ
กลับขึ้นรถ
เซี่ยลี่เฟินมองจินเฉียนตัวอย่างไม่สบอารมณ์ “เมื่อกี้หนิงหนิงชัดเจนว่าอยากจะสร้างความสัมพันธ์กับคุณ แต่คุณนี่มันโง่จริง ๆ ไม่รู้จักฉวยโอกาสเกาะขาใหญ่ไว้ แต่กลับพยายามผลักไสออกไป”
จินเฉียนตัวไม่กล้าพูดอะไร
จินซุ่ยขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย เธอดูไม่มีชีวิตชีวานั่งอยู่เบาะหลังกับถังถัง
“เป็นอะไรไปเหรอ?” เซี่ยลี่เฟินถาม
“หนิงหนิงบอกว่า ดอกไม้จะบานรอบที่สอง” จินซุ่ยตอบ
จินเฉียนตัวและเซี่ยลี่เฟินต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง
พวกเขาต้องการเครื่องช่วยหายใจ
พวกเขาคุยกันโดยไม่ได้หลบหลีกถังถัง ถังถังจึงถามด้วยความสงสัย “พวกคุณคุยอะไรกันเหรอ?”
จินซุ่ยตอบ “ดอกท้อสีทองไง เมื่อกี้หนิงหนิงให้คุณมาหาพวกเราทำไมเหรอ?”
ดอกท้อสีทองอะไรกัน ถังถังไม่เข้าใจ
แต่ในเมื่อหนิงหนิงเป็นคนบอก ก็