ุบปาก ฉันไม่ได้เกลียดใครทั้งนั้น”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องที่ว่างเปล่า
โจวเฉิงซื่อสูดหายใจเข้าลึก
[ผู้โทรเข้า : ลู่จีอัน]
“มีอะไร?”
[ทำไมถึงดุนักล่ะ?]
เสียงของลู่จีอันฟังดูทีเล่นทีจริง
“ถ้าไม่พูดอะไรสักที ฉันจะวางสายแล้วนะ”
[เฮ้ ๆ ๆ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย]
โจวเฉิงซื่อพูดเสียงเย็นชา “มีอะไรก็รีบพูดมา”
[แค่อยากถามว่า เรื่องของเจียงหนิงตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว?]
“นี่เป็นความลับ”
ลู่จีอัน […ลองเดาดูสิว่าฉันรู้ความลับนี้ได้ยังไง]
โจวเฉิงซื่อ…
โจวเฉิงซื่อวางสายทันที
อาคารบริษัทลู่ซาง ชั้นบนสุดของตึก
ลู่จีอันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
เขาหัวเราะด้วยความขัดใจ
คนคนนี้ ยิ่งโตยิ่งไร้น้ำใจ
เขากดหมายเลขใหม่อีกเบอร์
“อาจารย์ครับ ผมเพิ่งโทรหาโจวเฉิงซื่อมา ดูเหมือนสภาพจิตใจเขาจะแย่ลงอีกนิดหน่อย”
วางสายแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้จะห้าทุ่มแล้ว
หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างอยู่
ลู่จีอันเอามือเท้าคาง จ้องมองที่หน้าจอ
เด็กสาวในชุดเดรสสีขาว ถูกล้อมอยู่ท่ามกลางฝูงชน
ใบหน้าของเธอซีดเผือดเล็กน้อย มือที่จับคนอื่นอยู่ก็ซีดขาวเช่นกัน
ดวงตาที่โผล่ออกมาจากใต้หมวกเป็นประกายวาววับแต่ดูดุดัน ความหงุดหงิดรำคาญปรากฏชัดบนใบหน้า
ลู่จีอันกลัวจริง ๆ ว่าอีกวินาทีต่อจากนี้เธอจะหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา แล้วเสกให้คนที่ล้อมรอบเธอกลายเป็นนกกระจอกตัวน้อยไปหมด
มีคนมีชื่อเสียงคนไหนกล้าทำแบบเธอบ้าง
ลู่จีอันเปิดโทรศัพท์มือถือคลิกเข้าไปในห้องแฟนคลับของหนิงห