เดือนเต็ม เธอดูเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างได้
จินซุ่ยรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที
เธอตั้งใจมาหาเรื่องซุบซิบ มากกว่ามาเพราะเป็นห่วงจริง ๆ
หนึ่งเดือนที่หนิงหนิงหายตัวไป การพูดคุยเกี่ยวกับเธอในแวดวงก็ไม่เคยหยุดลง
แม้ว่าจินซุ่ยจะไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกคนรวยในแวดวงนั้นมากนัก แต่เธอก็ยังได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหนิงหนิงอยู่เสมอ ส่วนใหญ่เป็นการเยาะเย้ยถากถางล้วนแต่ไม่น่าฟังทั้งนั้น
“คฤหาสน์หลังนี้ ขายให้ฉันเท่าไหร่?” หนิงหนิงถาม
“หา?” จินซุ่ยอุทาน
“คุณไม่ได้มาคุยเรื่องขายคฤหาสน์หรอกเหรอ?” หนิงหนิงถาม
จินซุ่ยรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย “…ฉันมาดูว่าคุณเป็นยังไงบ้าง”
หนิงหนิงถาม “คุณเป็นเพื่อนฉันเหรอ?”
จินซุ่ยสะดุ้งเล็กน้อย
เธอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ทำไมจู่ ๆ ถึงพูดจาแรงแบบนี้
หนิงหนิงรีบอธิบาย “อย่าเข้าใจผิดไป ฉันความจำเสื่อมน่ะ”
จินซุ่ย: “อ๊ะ!”
ความจำเสื่อม?
นี่มันเหมือนบทละครทีวีชัด ๆ
จินซุ่ยงงงวยอยู่พักใหญ่ก่อนจะได้สติ
เธอรู้สึกสับสนอย่างมาก “ไม่ใช่”
พูดให้นุ่มนวลหน่อยก็คือ อย่าว่าแต่จะเป็นเพื่อนเลยแทบจะไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ
เคยเจอกันแค่ครั้งเดียว
ตอนที่จินซุ่ยยังเป็นเด็กอยู่ พ่อของเธอก็แค่เป็นเจ้าของร้านอาหารธรรมดา ๆ
ตอนที่จินซุ่ยอายุสิบขวบบ้านของตระกูลถูกเวนคืน พ่อของเธอจึงนำเงินค่าชดเชยมาลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ทั่วไป
ตอนจินซุ่ยอายุสิบห้า พ่อของเธอก็กลายเป็นเศรษฐีในเมืองและเธอก็กลายเป