้นเอง”
เธอมองดูแอปเปิ้ลในมือแล้วก็กัดลงไปหนึ่งคำ
ไร้สี ไร้รส
ผลไม้นั้นเป็นของที่ซูเจาอยากจะกิน แต่สุดท้าย นอกจากเธอแล้ว คนอื่นและสัตว์ก็กินกันหมด
ซูเจากอดอกอยู่ข้าง ๆ มองดูอย่างโกรธเคือง “พวกคุณกินลงคอได้ยังไง”
เธอนึกถึงรสเปรี้ยวนั้นแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ
[โอ้โห ซูเจาแสร้งทำเหมือนจริงอยู่นะ]
[น่ารำคาญจริง ๆ ตัวเองไม่กินก็อย่ามารบกวนคนอื่นสิ]
[ไปอยู่ข้างๆ เลยไป เห็นแล้วหงุดหงิด]
…
ตอนนี้ผู้ชมมองซูเจาอย่างไรก็ไม่ถูกใจไปหมด
แต่ถ้าซูเจาทำให้ผู้ชมพอใจได้ เธอก็คงไม่ใช่ซูเจาแล้ว
ไม่ถึงวินาทีถัดมา ซูเจาก็หันไปทางหนิงหนิงสั่งเธอว่า “ไม่ได้ คุณต้องไปหาผลไม้อย่างอื่นมาให้ฉันกินใหม่”
[…]
[ใครก็ได้ไปลอบสังหารซูเจาที]
[ฉันทนผู้หญิงคนนี้ไม่ไหวแล้ว! ใครมาจัดการเธอหน่อย!]
[หนิงหนิง ถ้าเรื่องแบบนี้เธอยังไม่โกรธอีก ฉันจะดูถูกเธอแล้วนะ]
…
แต่ว่าวินาทีถัดมา หนิงหนิงตอบรับอย่างราบรื่นมาก
“อืม”
อย่าว่าแต่คนดูเลย แม้แต่ซูเจาเองก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย
“คุณกินยาอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
หนิงหนิง “ไม่ได้กินยาหรอก เพิ่งกินแอปเปิลมาเมื่อกี้”
ซูเจา : …
ไม่ต้องแปลกใจที่ชาวต่างชาติจะไม่มีอารมณ์ขันเลย
คนสองคนกับหมาป่าและหมี กินแอปเปิ้ลไปแล้วครึ่งต้น
หนิงหนิงกินเสร็จลูกหนึ่งก็หยุด แล้วจ้องมองสัตว์กินเนื้อที่กำลังกินแอปเปิ้ลอย่างมีความสุข
พวกมันอดอยากมานานแค่ไหนแล้วนะ
ไม่รู้ว่าสำหรับพวกมันแล้ว แอปเปิ้ลเหล่านี้มีรสชาติอย่างไร