หวังเจียเจียเพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์กรีดร้องขึ้นมาทันที เมื่อกดรับสายเธอกลับต้องประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน
‘จากราคาห้าแสน เพียงไม่ถึงชั่วโมงกลับร่วงลงมาเหลือแค่สามแสนเนี่ยนะ?’
‘มันช่างผิดปกติจนดูมีพิรุธและไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย!’
ทว่าปลายสายยังคงคะยั้นคะยออย่างกระตือรือร้น “นี่เป็นโอกาสที่ผมเฝ้าอ้อนวอนหัวหน้ามาทั้งเช้าเลยนะครับ คุณรีบมาจองเถอะก่อนที่สิทธิ์จะหลุดไป ส่วนลดมหาศาลขนาดนี้ คุณมีแต่ได้กับได้จริง ๆ! ให้ผมช่วยล็อคที่ไว้ให้เลยไหมครับ?”
เธอตอบกลับด้วยความระแวดระวัง “ขอฉันไปดูด้วยตาตัวเองก่อนแล้วกันค่ะ” เมื่อพูดจบเธอก็ชิงวางสายไปทันที
อี้กวง น้องชายซึ่งยืนแอบฟังอยู่ข้าง ๆ พลันร้อนรนจนนั่งไม่ติด “พี่! จะมัวไปดูอะไรอีกเดี๋ยวที่ก็หลุดหรอก! รีบโทรบอกเขาไปเลยว่าจอง!”
“ลดไปตั้งสองแสนเชียวนะพี่ คราวนี้พี่ก็ไม่ต้องไปลำบากยืมเงินใครแล้ว แถมเงินที่ประหยัดได้น่ะ ยังเหลือเฟือพอจะซื้อรถให้ผมด้วย!”
“ฉันจะไปเอง นายไม่ต้องตามมา” หวังเจียเจียลุกขึ้นยืนด้วยความเหนื่อยล้าเต็มที
อี้กวงกลับสปริงตัวลุกขึ้นทันควัน “ได้ยังไงกันพี่ นี่เป็นการเลือกบ้านหลังสุดท้ายให้พ่อนะ ในฐานะลูกชายผมจะนิ่งดูดายได้ยังไง!”
หญิงสาวคร้านจะเสวนากับเธอจึงเดินหนีออกมาทันที
ชั้นล่าง สองพี่น้องบังเอิญเจอกับคุณพ่อและคุณแม่ที่เพิ่งกลับจากการเดินเล่นยามเย็น
“จะออกไปข้างนอกกันอีกแล้วเหรอ?” คุณพ่อหวังเอ่ยถามพลางยิ