้ม
หวังเจียเจียนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา อี้กวงจึงรีบชิงตอบแทน “ไม่มีอะไรครับพ่อ พ่อไม่ต้องห่วงหรอก”
“เจียเจีย มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก?” คุณแม่มองหน้าลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ เดี๋ยวกลับมาหนูจะพาแม่ไปซื้อผักนะ พ่อกับแม่เข้าบ้านไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” เจียเจียตัดบทก่อนก้าวออกจากบ้านไป
“ลูกชายลูกสาวบ้านคุณนี่กตัญญูจริง ๆ เลยนะ ว่าแต่พวกเขาจะไปไหนกันล่ะนั่น?” เพื่อนบ้านละแวกนั้นต่างพากันชื่นชม
คุณพ่อหวังส่ายหน้าพร้อมกับแย้มยิ้มอย่างภูมิใจ “คงไปจองที่ดินที่สุสานชิงซานให้ผมนั่นแหละครับ”
ในหมู่บ้านนี้ใครต่างก็รู้ดีว่าคุณพ่อหวังป่วยเป็นมะเร็ง ทุกคนจึงพากันปลอบใจ “อย่าคิดมากเลย ดูสิยามคุณเข้าโรงพยาบาล ลูกชายคุณก็วิ่งวุ่นจัดการทุกอย่าง ทั้งออกเงินทั้งอยู่เฝ้าไข้ตอนกลางคืนไม่ใช่เหรอ? ช่างหายากจริง ๆ นะลูกชายกตัญญูขนาดนี้ ขนาดตอนนี้ยังอุตส่าห์ไปจองที่ทางไว้ให้คุณอีก”
พวกคนเฒ่าคนแก่เริ่มสนทนาเรื่องความเป็นความตายราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน
“สุสานชิงซานน่ะดีจะตาย มีแต่พวกเศรษฐีอยู่ที่นั่น คุณมีลูกชายแบบนี้ถือว่าโชคดีมีบุญจริง ๆ!”
“นั่นสิ ลูกชายคุณนี่พึ่งพาได้จริง ๆ เลยนะ!”
คุณพ่อหวัง เคลิบเคลิ้มไปกับคำเยินยอและสายตาอิจฉาของเพื่อนบ้านจนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
เขากลับเลือกปิดบังความจริงไว้ภายใต้รอยยิ้มนั้น…
ความจริงที่ว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลล้วนกลั่นมาจากหยาดเหงื่อของล