ูกสาว
และคนเดียวที่ยอมอดนอน คอยดูแลข้างเตียงคนป่วยตลอดทั้งคืน
ก็คือลูกสาวคนเดิมที่เขาแทบไม่เคยเอ่ยชม
คุณแม่หวังซึ่งยืนฟังอยู่ข้างกายพยายามระงับอารมณ์อัดอั้นอย่างสุดความสามารถ ทว่าสุดท้ายเธอก็เลือกจะนิ่งเฉย ก่อนจูงมือสามีเดินกลับเข้าบ้านไป
เมื่อพ้นสายตาคนนอก เธอจึงเริ่มบ่นออกมาด้วยความอัดอั้น “เจียเจียออกเงินตั้งมากมาย คุณกลับไม่พูดถึงเธอเลยสักคำ วัน ๆ เอาแต่เยินยอว่าลูกชายดีอย่างนั้นอย่างนี้”
“หรือคุณจะบอกว่าอี้กวงไม่ดีล่ะ?” คุณพ่อหวังพลันหน้าบึ้งด้วยความไม่พอใจ
สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่เจียเจียทำล้วนเป็นหน้าที่ของคนเป็นลูกสาว แม้ลูกชายจะแวะมาเยี่ยมเยียนเพียงชั่วครู่ชั่วยาม เขากลับรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งกว่า
‘ต้องรู้ไว้ซะบ้างนะ… คนป่วยคนอื่น ๆ น่ะ ลูกชายอยู่ต่างเมืองไม่ยอมกลับมาดูดำดูดีก็ตั้งเยอะแยะ!’
‘ลูกชายของเขาไม่เพียงมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่ตอนนี้ยังลงแรงไปดูสุสานด้วยตัวเอง’
‘นี่สิถึงจะเรียกว่ายอดคนกตัญญู ใครก็เทียบไม่ได้!’
“ฉันไม่ได้บอกว่าอี้กวงไม่ดี แต่ตอนคุณนอนพะงาบ ๆ อยู่โรงพยาบาล เจียเจียต้องลางานมาวิ่งเต้นให้คุณนะ ทั้งเฝ้าไข้ทั้งคืน พอรุ่งเช้าก็ต้องไปทำงานแล้วยังอุตส่าห์ทำอาหารมาส่งให้คุณอีก” คุณแม่หวังขมวดคิ้วมุ่น
ลูกสาวกลัวแม่จะเหนื่อยจึงไม่ยอมให้แม่เฝ้ากลางคืนเลยสักครั้ง
เธอเคยเสนอให้พี่น้องผลัดกันเฝ้า อี้กวงกลับอ้างว่ากลางวันต้องทำงาน หากอดนอนกลางคืนจะไม่มีสมาธิ… สุดท้ายก็ทิ