้งภาระให้แม่แก่ ๆ หรือไม่ก็พี่สาวรับไปแทน โดยอ้างว่าการเฝ้าไข้กลางคืนก็เหมือนการนอนโรงพยาบาลนั่นแหละ ไม่เห็นลำบากตรงไหน
ซึ่งคุณพ่อหวังเองก็เห็นดีเห็นงามกับความคิดนั้น
สุดท้ายเจียเจียซึ่งทนเห็นแม่ลำบากไม่ไหวจึงต้องกัดฟันเฝ้าไข้เองจนร่างกายทรุดโทรม
“เมื่อกี้ที่คุณพูดแบบนั้น ถ้าเจียเจียมาได้ยินเข้า เธอไม่เสียใจแย่เหรอ?”
หากไม่เห็นว่าสามีกำลังป่วยหนัก และเกรงว่าการฉีกหน้าเขาต่อหน้าเพื่อนบ้านจะส่งผลต่อจิตใจ เธอคงตะโกนความจริงออกไปให้รู้แล้วรู้รอดแล้ว
แต่คุณพ่อหวังกลับไม่นำพา “นี่ไม่ใช่สิ่งที่ลูกสาวควรทำอยู่แล้วหรือไง? มีอะไรน่าพูดถึงนักหนา แล้วผมเตือนคุณไว้นะ อย่าไปเที่ยวโพนทะนาเรื่องนี้ให้พวกยายแก่ในหมู่บ้านฟังเด็ดขาด ถ้าคนอื่นรู้ว่าอี้กวงไม่มีเงินเก็บ ใครเขาจะยอมแต่งงานเข้าบ้านเรา!”
คุณแม่หวังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ สุดท้ายก็จำต้องนิ่งเงียบ
จริงอย่างเขาว่า… ลูกชายยังไม่ได้แต่งงาน หากคนภายนอกรู้ว่าเขาทั้งขี้เกียจ ทั้งไร้ความสามารถ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ที่ป่วยหนักยังไม่คิดจะดูแล
ใครเล่าจะกล้าฝากชีวิตไว้ด้วย… สุดท้ายคนที่จะต้องรับภาระก็คงไม่พ้นลูกสาวอีกตามเคย
“ตอนนั้นเจียเจียเหนื่อยจนแทบขาดใจ พอเธอบอกจะจ้างพยาบาลคุณก็ดันไม่ยอม”
ใครจะคาดคิดว่าสามีตัวดีจะโพล่งสวนกลับมาอย่างหน้าตาเฉย “จะจ้างพยาบาลไปทำไมให้เปลืองเงิน? ขืนคนนอกรู้เข้า เขาได้เอาไปโพนทะนานินทาพอดีว่าบ้านเราสิ้นไร้ไม้ต่อจนไม่มี