งช้อนใช้ขูดไข่กุ้งกระทบกับชาม อ่าง และจานดัง กัง ๆ ก๊ง ๆ ประสานสอดรับกันตามท่วงท่าของแต่ละคน
ซู่เป่าเองก็ขยันขันแข็งช่วยงานสุดกำลัง เพียงครู่เดียวพวกเด็ก ๆ ทั้ง หานหาน, ซูจื่อซี และฝาแฝด ซูเหอเหวิน ซูเหอเวิ่นก็พากันตามลงมาสมทบในการชิงชัยครั้งนี้ด้วย
ทว่าท่ามกลางความโกลาหล มีเพียงมู่กุยฝานคนเดียวเท่านั้นที่มือไม้ทั้งว่องไวและมั่นคง จนซู่เป่าอดไม่ได้จึงชมเชย “คุณพ่อเก่งที่สุดเลยค่ะ!”
“แน่นอนอยู่แล้ว” มู่กุยฝานเอ่ยตอบอย่างเยือกเย็นท่ามกลางรังสีอำมหิตจากสายตาของซูอิงเอ๋อร์ และคนอื่น ๆ
ซูจิ่นอวี้ลอยออกมาเห็นภาพนี้ถึงกับตะลึงงัน พี่ชายหลายคนขมวดคิ้วมุ่น โดยเฉพาะซูอิงเอ๋อร์ที่ทำหน้าบูดบึ้งราวกินยาขม
‘โธ่… การแกะไข่กุ้งมันทารุณกรรมกันขนาดนั้นเลยเหรอ?’
ในขณะที่พวกเด็ก ๆ อย่างซู่เป่าและซูเหอเวิ่น กลับดูสนุกสนานร่าเริง บางครั้งเด็ก ๆ ก็มีความพิถีพิถันละเมียดละไมยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก ส่วนมู่กุยฝานน่ะเหรอ… ช่างเขาเถอะ เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก
ผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ ด้วยพลังสามัคคี ไข่กุ้งกองโตก็ถูกคัดแยกจนเสร็จสิ้น
ซูโล่วก้มมองวิดีโอสอนทำอาหารพลางเอ่ยขึ้น “ขั้นตอนต่อไป… ต้องปอกเปลือกกุ้งเพื่อเอาเนื้อออกมาครับ”
บรรดาพี่น้องตระกูลซูต่างพากันจ้องมองกุ้งน้ำจืดสองอ่างยักษ์ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีจำนวนรวมกันหลายพันตัวด้วยแววตาอันว่างเปล่า
ในโลกนี้มีงานอดิเรกตั้งมากมายให้เลือกสรร ทว่าทำไมเจ้าบ้านี่ถึงต้องเจาะจง