หลังมื้ออาหารสิ้นสุดลง เหล่าเด็กน้อยต่างพากันวิ่งเล่นซุกซนอยู่ภายในห้องรับแขก บรรดาพี่ชายทั้งแปดคนของตระกูลซูได้มารวมตัวกันพร้อมหน้าซึ่งหาได้ยากยิ่ง
ทุกคนต่างนั่งล้อมวงสนทนากันอยู่ที่ชั้นล่าง พลางทอดสายตามองดูซู่เป่ากำลังเล่นสนุกกับหานหานด้วยรอยยิ้ม
คุณนายซูกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องครู่หนึ่ง ก่อนปลีกตัวเดินขึ้นบันไดไปเงียบ ๆ
ปีนี้ลูก ๆ ทุกคนอยู่กันครบถ้วน แม้จะขาดจิ่นอวี้ไป กลับมีซู่เป่าเข้ามาเติมเต็มราวกับเป็นตัวแทน
ทุกอย่างดูเหมือนไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ตระกูลซูที่เคยเงียบเหงาอ้างว้างมาตลอดห้าปี
บัดนี้กลับมามีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขเหมือนในอดีตอีกครั้ง
‘ใกล้จะถึงวันที่สิบสี่เดือนเจ็ดแล้ว…จิ่นอวี้ของเธอคงเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านแล้วสินะ?’
เหล่าลูกชายต่างพากันเข้าครัวทำอาหารเลิศรสไว้รอต้อนรับน้องสาว โต๊ะอาหารถูกจัดเตรียมด้วยเมนูโปรดของเธอด้วยความประณีต พี่ชายใหญ่และคนอื่น ๆ ต่างเริ่มจุดธูปก่อนทานข้าวตามความเคยชิน เช่นเดียวกับซู่เป่าที่มักจะทำเสมอ
ไม่รู้ว่าตลอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนี้ เธอจะมีโอกาสได้เห็นหน้าลูกสาวอีกสักครั้งไหม?
หญิงชรากลับเข้าห้องพักพลางยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง เหม่อมองออกไปยังความมืดมิดภายนอก
คุณชายเฒ่าซูผู้เป็นสามีวางแว่นสายตาลงก่อนเอ่ยถาม “เป็นอะไรไปน่ะ?”
“ไม่มีอะไรค่ะ” หญิงชราตอบกลับเรียบ ๆ
ชายชราลอบเบะปากพลางนึกในใจว่า ‘ผู้หญิ