งนี่หนอ… ต่อให้แก่ปูนนี้ก็ยังคงเข้าใจยากไม่เปลี่ยน สาววัยรุ่นมักเจ้าระเบียบ ขี้แย และอ่อนไหว แต่แก่จนป่านนี้แล้ว เหตุใดเมียเขายังคงมีอารมณ์สุนทรีย์ขี้เหงาอยู่อีก?’
ในจังหวะนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นเบา ๆ
คุณนายซูคาดเดาไปว่าผู้ที่มาเคาะประตูคงไม่พ้นซูอีเฉิน หรือบุตรชายคนใดคนหนึ่ง หรืออาจเป็นซู่เป่าที่แอบย่องขึ้นมาหา
เธอจึงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าพลางสลัดความเศร้าทิ้งไป เพื่อสวมบทบาทหญิงชราจอมขี้บ่นคนเดิมเพื่อปกปิดร่องรอยแห่งความโศกเศร้า
“ใครกันน่ะ?” หญิงชราเอ่ยถามในขณะกำลังสาวเท้าไปเปิดประตู “ไม่ได้เล่นซนอยู่ข้างล่างกันหรอกหรือ เป็นอะไรกันขึ้นมาอีกละ คราวนี้คิดจะพังเพดานเล่นหรืออย่างไร?”
ทันทีที่บานประตูเหวี่ยงเปิดออก ม่านตาของเธอพลันหดเกร็ง ร่างกายแข็งทื่อประหนึ่งถูกตรึงไว้กับที่… หญิงชรายืนตะลึงลานไปโดยสิ้นเชิงกับภาพตรงหน้า!
คุณชายเฒ่าเห็นภรรยานิ่งเงียบไปนานผิดปกติ มิหนำซ้ำยังยืนค้างอยู่ประตูราวกับวิญญาณหลุดลอย เขาจึงลุกขึ้นขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย “เป็นอะไรไปอีกคนล่ะนั่น? วิญญาณหลุดร่างไปแล้วหรือไง?”
‘หรือว่าจะเห็นผี คำอัปมงคลนี้เขาไม่กล้าเอ่ยออกมา’
เขาเดินตามออกไปเห็นเงาร่างที่ยืนอยู่หน้าประตู หัวใจของเขาก็พลันหยุดชะงักไปทั้งตัว
“จิ่นอวี้…?!”
ชายชรายืนนิ่งงันประหนึ่งรูปปั้น นิ้วมือของเขาแข็งทื่อจนไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้เพียงนิด
เขาคิดว่าตนเองต้องตาฝาดไปแน่ ๆ ทว่าหากการตาฝาดค