ภายในห้องครัวอันแสนชุลมุน ซูอี้เชินไม่รู้ไปควานหาโหลพริกดองมาจากซอกไหน เขาชูมันขึ้นพลางเอ่ยถามว่า “แม่ครับ พริกดองเก่านี่ยังทานได้ไหม? ดูเหมือนจะดองมาปีสองปีแล้วนะ”
ซูจื่อหลินเองก็กำลังรื้อหาตะร้าไม้ไผ่ในตู้เก็บของ “แม่ครับตะกร้าอยู่ไหนเอ่ย?”
ส่วนซูโล่วกำลังง่วนกับการสับต้นหอม ขิง และกระเทียมเพื่อทำเครื่องปรุงกลับหากระเทียมไม่เจอ “แม่ครับ กระเทียมหมดแล้วเหรอ?”
ไม่พ้นซูอิงเอ๋อร์ที่ส่งเสียงโวยวายแกมระอา “แม่ครับ กระดูกไก่นี่ต้องเลาะให้เกลี้ยงจริง ๆ เหรอ? มันแกะยากจัง ผมแทะกินไปเลยได้ไหม”
ซูเยว่เฟย, ซูจิ่นโม่ และ ซูเฉาหยุนซึ่งยืนอออยู่หน้าประตูครัวต่างพากันหน้าดำคร่ำเครียดจนมีเส้นสีดำปรากฏบนหน้าผาก เนื่องจากพวกเขาไม่ได้พักอยู่บ้านเป็นประจำ จึงไม่รู้เลยว่าข้าวของเครื่องใช้ถูกเก็บไว้ในตำแหน่งไหนบ้าง…
คุณนายซุถึงกับถลึงตาใส่พร้อมกับไล่ตะเพิด “ไป ๆ พวกแกออกไปให้หมด วัน ๆ เอาแต่เรียกแม่ ๆ ไม่หยุดหย่อนเลยนะ!”
ซูจิ่นอวี้เห็นภาพตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
เธอยื่นมือไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่ออกจากตู้เก็บของฝั่งซ้ายสุด ก่อนเอื้อมหยิบกระเทียมลงมาจากตู้แขวนแล้วเอ่ยอธิบาย “พริกสองปีกินไม่ได้แล้วค่ะแม่ แต่กระปุกนี้แม่เพิ่งดองเมื่อสองเดือนก่อนเอง ส่วนของเก่าแม่เททิ้งไปตั้งนานแล้ว!”
ร่างกายของคุณนายซูพลันแข็งทื่อ ปลายมีดที่กำลังซอยผักหยุดกะทันหัน
ดวงตาของเธอเริ่มแดงก่ำจน ซู่เป่าซึ่งกำลังอุ้มหัวหอมให