ญ่หัวเขื่องต้องเงยหน้ามองด้วยความสงสัย “คุณยายขา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
หญิงชราฝืนยิ้มตอบ “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่หั่นหัวหอมแล้วมันแสบตาไปนิด…”
ซู่เป่านึกสงสัยจึงลองใช้นิ้วจิ้มแคะหัวหอมใหญ่ดูบ้าง
‘เจ้าหัวหอมนี่มันเผ็ดเหรอ? ก็ไม่นี่นา! แล้วมันจะทำให้คนเราร้องไห้ได้ยังไงกัน?’
ผลคือเล็บของเธอสะกิดจนเนื้อหัวหอมแตกออก กลิ่นฉุนกึกพลันพุ่งเข้าปะทะดวงตาในทันที จนเด็กน้อยร้องจ๊ากออกมา
“ฮือ ๆ… หัวหอมใหญ่กัดตาจริง ๆ ด้วยค่ะ!” ซู่เป่าทั้งน้ำมูกน้ำตาไหลพราก พยายามชูหัวหอมใหญ่ให้ห่างตัวสุดเท่าที่จะทำได้
เดิมทีทุกคนกำลังจมอยู่กับความเศร้า คุณนายซูต่างสะเทือนใจ ทว่าพอได้ยินเสียงร้องไห้ฟูมฟายกล่าวโทษหัวหอมของซู่เป่า บรรยากาศที่เคยอึดอัดก็พลันสลายหายไปและกลับมาสดใสขึ้นมาทันที
หญิงชรารีบคว้าหัวหอมออกไปจากมือหลาน “อย่าไปแตะหัวหอมนะลูก ถ้าเดี๋ยวมือเปื้อนแล้วเผลอขยี้ตาจะแสบมากรู้ไหม?”
“หนูขยี้ไปแล้วค่ะ!” เมื่อครู่มันแสบมากจนเธอเผลอขยี้ตาเข้าเต็ม ๆ
‘แย่แล้ว… คราวนี้ซู่เป่าเลยร้องโฮหนักกว่าเดิม’
หานหานวิ่งเข้ามาพร้อมกระดาษทิชชูในมือ “มาแล้ว ๆ พี่จะช่วยเช็ดให้เอง!”
ส่วนซูเหอเวิ่นถือผ้าขนหนูตามมาพลางขมวดคิ้วดุ “ทิชชูแห้ง ๆ มันใช้ไม่ได้หรอก ต้องผ้าขนหนูเปียกสิ!”
ซูจิ่นอวี้รู้สึกทั้งอ่อนใจและขบขันในเวลาเดียวกัน เธอจึงจูงมือน้อย ๆ ของลูกสาว “ไปเร็ว เดี๋ยวแม่พาไปล้างตาจ้ะ”
เพราะเหตุวุ่นวายเล็ก ๆ นี้เอง การปรากฏตัวด