หลังมื้ออาหารผ่านไปไม่นาน เหล่าคนรับใช้ก็หิ้วกุ้งน้ำจืดที่ซูโล่วสั่งไว้กลับมา สองกะละมังใบเขื่องนั้นเต็มไปด้วยกุ้งตัวเป็น ๆ หนักกี่กิโลกรัมก็สุดจะเดา
คุณนายซูเดินมาเมียงมองด้วยความสงสัยพลางถามขึ้น “นั่นลูกคิดจะทำอะไรน่ะ?”
ซูโล่วกำลังก้มหน้าก้มตาแกะไข่กุ้งตอบกลับอย่างขอไปที “ซู่เป่าบอกว่าอยากกินบะหมี่กุ้งหกอย่างครับ”
คุณนายซูถึงกับชะงักงัน จ้องมองลูกชายคนที่สี่ด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
‘แน่ใจนะว่าจะทำบะหมี่กุ้งหกอย่าง? อาหารปราบเซียนที่ขั้นตอนยุ่งยากขนาดนั้นเนี่ยนะ?’
ซู่เป่านั่งยองบนม้านั่งตัวเล็กข้าง ๆ คอยเฝ้าดูลุงสี่ทำอาหารชั้นสูงอย่างใจจดใจจ่อ ขั้นตอนแรกคือการคัดแยกไข่กุ้งออกมาจากท้องกุ้งน้ำจืด แม้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญ แต่มันกลับเป็นงานที่เปลืองลุงมหาศาล
ซูโล่วลงมือไปเพียงสิบนาที ตอนนี้สายตาเขาก็พร่าเลือนจนเห็นทุกอย่างเป็นไข่กุ้งไปหมดแล้ว
ซู่เป่าเห็นท่าลุงสี่จะไม่ไหวแน่จึงรีบวิ่งจี๊ดออกไป ไม่นานนักเธอก็ลากตัวซูอีเฉินที่เพิ่งเสร็จจากการประชุม, ซูจื่อหลินซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่, ซูอิงเอ๋อร์, ซูอี้เชิน ตลอดจนถึงมู่กุยฝานที่กำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือในห้องออกมาช่วยกันจนครบทีม
ด้วยเหตุนี้… บรรดาลุง ๆ ผู้เพิ่งผ่านศึกวิดพื้นหนึ่งพันครั้งมาเมื่อเช้าจนมือไม้สั่นพั่บ ๆ จึงต้องถูกบังคับให้กระโจนเข้าสู่สมรภูมิการแกะไข่กุ้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ภายในครัวพลันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจนเสียงดังระงม เสีย