ั้นด้วยความจงใจ
โจวอวี่ใจหายวาบ แต่ยังพยายามข่มใจให้สงบ “นั่นไม่ใช่ฉันนะ! คุณถ่ายติดแค่เศษเสี้ยวของมือกับขา ไม่เห็นหน้าค่าตาด้วยซ้ำ มั่นใจได้ยังไงว่าเป็นฉัน…”
ทว่าคำพูดของเธอยังไม่ทันสิ้นประเด็น ภาพในวิดีโอก็สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนปรากฏใบหน้าของโจวอวี่ขึ้นมากลางจออย่างจัง
โจวอวี่ถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออกทันที
“ดูเอาเองสิ นี่ใช่คุณไหม?” ซูเหอเวิ่นกดปุ่มหยุดภาพค้างไว้
คราวนี้โจวอวี่จนแต้มด้วยหลักฐาน ภาพนี้คมชัดเสียจนเห็นกระทั่งสิวเม็ดเล็กบนแก้มขวาของเธอ ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครไปได้อีก!?
ฝูงชนเริ่มส่งเสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่
“เป็นเธอจริง ๆ ด้วย… พระเจ้า ช่วยกันกินชานมอยู่ดี ๆ ไหงกลายเป็นคนราดน้ำมัน ทำลายหน้าคนอื่น ช่างใจคอโหดเหี้ยมเหลือเกิน!”
“นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องใจร้ายแล้วนะ แต่มันคืออาชญากรรมชัด ๆ! ถ้ากู้ชีชีไม่โชคดี ป่านนี้คงเสียโฉมเพราะไฟคลอกไปแล้ว”
“จะว่าไป ฉากก่อนหน้าที่โจวอวี่ตบหน้ากู้ชีชีไปสองทีนั่นก็คงจงใจด้วยสินะ? ที่อ้างว่าอินกับบทบาท… ฉันว่าเธอเจตนาหาเรื่องชัด ๆ”
ผู้กำกับขมวดคิ้วแน่น จ้องมองโจวอวี่ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจ สิ่งที่เขาขยะแขยงที่สุดคือนักแสดงที่ไม่ทุ่มเทให้กับการแสดง แต่กลับเอาสมองไปใช้กับการกลั่นแกล้งริษยา
“เสี่ยวหู โทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งเด็ดขาด
“ผู้กำกับคะ อย่านะคะผู้กำกับ! ฟังฉันอธิบายก่อน…” โจวอวี่ตกใจจนลนลานรีบละล่ำละลักบอก
เธอถล