บรรยากาศในที่นั้นเต็มไปด้วยความสงสารระคนขบขัน ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าซู่เป่าจะนำเรื่องความตายของเหล่านักแสดงสมทบมาคิดเป็นจริงเป็นจังถึงเพียงนี้
ผู้กำกับลอบถอนหายใจโล่งอก ก่อนเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ พวกเขาไม่ได้ตายเสียหน่อย! เป็นเพียงการแสดงท่าทางว่าตายเท่านั้นเอง ดูสิ ตอนนี้ก็เดินออกมากันหมดแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี!”
เหล่านักแสดงตัวประกอบที่รับบททหารญี่ปุ่นต่างทยอยเดินออกมาจากฉากด้วยท่าทางปกติ
คุณนายเฒ่าซูช่วยปลอบอีกแรง “การฉีกทหารญี่ปุ่นเป็นเพียงการแสดงลูก นั่นก็แค่เศษผ้าทำเลียนแบบขึ้นมา แม้แต่การยิงปืนก็เป็นของปลอม ทุกคนปลอดภัยดี ไม่ต้องกังวลนะลูก”
แต่ซู่เป่ายังคงน้ำตาคลอเบ้า เธอแย้งขึ้นเสียงสั่น “แต่ตอนที่ไฟเผาพี่ชีชีนั่นเป็นเรื่องจริงนะคะ! พี่เขาถูกไฟไหม้จริง ๆ นะ!”
‘เรื่องนี้เธอมั่นใจเหลือเกินว่าตนเองมองไม่ผิด’
‘พี่ชีชีถูกไฟล้อมไว้จริง ๆ หากไม่ใช่เพราะเธอทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าไว้ก่อน’
‘พี่ชีชีคงได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว’
ซู่เป่าคำนวณดวงชะตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมั่นใจว่ากู้ชีชีจะประสบเคราะห์ร้าย จึงตัดสินใจเข้าแทรกแซงเสียก่อน พี่สาวคนสวยถึงได้รอดพ้นมาได้
ในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็นผีเคราะห์ร้ายตนหนึ่งกำลังเดินคอตกกลับมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองพลางพึมพำ “คราวหน้าถ้าจะโยนฉันออกไป ช่วยให้เวลาฉันตั้งตัวหน่อยเถอะ!”
“แย่จริง ๆ ไฟตั้งใหญ่ ผีเนี่ยกลัวไฟจะตาย… ถ้าฉันไม่ใช่ผีร้าย ป่านนี้หายไปแล้ว…