ว “ไม่ต้องรอรถพยาบาลบ้าบอนั่นแล้ว เดี๋ยวพ่อออกไปหาเรียกรถเอง ไปโรงพยาบาลกันตอนนี้เลย” เขานึกเสียใจที่มัวแต่เสียเวลารอ ถ้ารู้แบบนี้เรียกแท็กซี่ไปตั้งแต่แรกคงดีกว่า…
ปัง!
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกถีบจนเปิดออกอย่างแรง
มันคือการถูกพังเข้ามาจริง ๆ จนแม่ของเป้ยเฉินอวี่ตกใจจนยืนชะงัก ในมือกำลังอุ้มแตงโมค้างไว้ด้วยความฉงน
“พวกนายเป็นใครกัน บุกเข้ามาทำไม!?” คุณพ่อของเธอรีบเดินเข้าขวาง
ชายคนหนึ่งหัวเราะหยัน “เหอะ! ยังมีอารมณ์จะกินแตงโมอยู่อีกเหรอ? กินเข้าไปก็เสียของ ไปกินขี้เถอะ!” เขาตวาดด้วยความแค้นจัดพลางเตะเก้าอี้กระเด็นไปคนละทิศละทาง
เป้ยเฉินอวี่สัมผัสได้ถึงอันตรายคืบคลานเข้ามา เธอหวาดกลัวจนต้องกอดผ้าห่มไว้แน่น กลุ่มชาวบ้านกวาดสายตาสำรวจไปรอบห้อง ก่อนหยุดสายตาลงที่เธอแล้วตะคอกถามด้วยท่าทีดุดัน “แกชื่อเป้ยเฉินอวี่ใช่ไหม?!”
เธอได้แต่พยักหน้าตอบรับอย่างอ่อนแรง
ชายคนเดิมหัวเราะในลำคอพร้อมกับคว้าเศษป้ายวิญญาณออกมา แล้วเขวี้ยงใส่หน้าเธอเต็มแรง!
“ป้ายพวกนี้ แกเป็นคนบูชาใช่ไหม!?”
หัวใจของเป้ยเฉินอวี่หล่นวูบ ราวกับตกลงไปถึงตาตุ่ม เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธรัว ๆ “ไม่ใช่… พวกคุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยสักนิด!”
หญิงชราคนหนึ่งถือไม้เท้าก้าวออกมาพลางกระทุ้งลงพื้นเสียงดัง ตึก ตึก! “ยังจะมาทำเป็นไขสืออีก! เป็นแกใช่ไหมที่แอบไปตั้งโต๊ะกราบไหว้พวกฆาตกรที่ฆ่าพี่น้องเรา 30 ศพ บนตึก 7 น่ะ! ใช่แกใช่ไหม!”