เสียงด่าทอเซ็งแซ่ระเบิดขึ้นทันที ชาวบ้านแต่ละคนต่างจ้องมองเธอด้วยแววตาอาฆาต
พ่อแม่ของเป้ยเฉินอวี่เพิ่งจะเริ่มตั้งสติได้ จึงรีบเอ่ยแย้ง “ต้องมีความเข้าใจผิดกันแน่ ๆ ค่ะ… ครอบครัวเราเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่เดือนเอง พวกเราไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าคนพวกนั้นคือใคร!”
“เฉินอวี่ลูกสาวเราขี้กลัวจะตายไป แค่แมลงสาบตัวเดียวเขายังร้องไห้เลย จะไปทำเรื่องพิเรนทร์แอบตั้งป้ายวิญญาณแบบนั้นได้ยังไงกัน!”
ทว่ายามนี้ความโกรธแค้นได้บังตาจนไม่มีใครยอมรับฟังคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น
“หลักฐานคาตาขนาดนี้ ชื่อบนป้ายก็เขียนชัดเจนว่าเป้ยเฉินอวี่ ยังกล้าแก้ตัวอีกเหรอ!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพุ่งเข้าไปกระชากแขนเป้ยเฉินอวี่ เพื่อลากเธอออกมาจากห้องนอน
มารดาของเป้ยเฉินอวี่ทั้งร่ำไห้และแผดเสียงตะโกนด้วยความคับแค้นใจ
คนพวกนี้ช่างป่าเถื่อนเหลือเกิน เห็นว่าครอบครัวเธอไร้ทางสู้จึงคิดจะรุมรังแกกันตามอำเภอใจเช่นนี้!
“พวกคุณมันโจรชัด ๆ กฎหมายบ้านเมืองยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ไหม!”
“เพียงเพราะเห็นชื่อบนป้าย พวกคุณก็ทึกทักเอาเองว่าเป็นลูกสาวฉันงั้นเหรอ!? โลกนี้คนชื่อเป้ยเฉินอวี่มีตั้งกี่ร้อยกี่พันคน!”
ไม่มีใครนำพาต่อเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของเธอ เพลิงโทสะจากอดีตถูกจุดติดขึ้นมาทำให้หลายคนสูญเสียสติสัมปชัญญะไปจนสิ้น
ชาวบ้านบางส่วนเริ่มรื้อค้นตู้เสื้อผ้าจนสิ่งของกระจัดกระจาย ด้วยหวังจะล่าหลักฐานการบูชาวิญญาณโฉดมามัดตัวเด็กสาวให้ได้
ขณะเดียวกัน