วันเธอจะปรากฏตัวให้เห็น และทำเช่นนี้ต่อเนื่องมาหลายเดือนนับแต่ย้ายมาอยู่
วันเวลาที่บันทึกบนหน้าจอกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานมัดตัวอย่างชัดแจ้ง บุคคลในภาพคือเป้ยเฉินอวี่ไม่ผิดตัวแน่ เลนส์กล้องบันทึกภาพไว้ได้ครบถ้วนทั้งจังหวะเดินเข้าและเดินออก
ฝ่ายพ่อแม่ของเป้ยเฉินอวี่ถึงกับอึ้งตะลึงจนพูดไม่ออก
เมื่อครู่ยามเกิดข้อพิพาท พวกเขายืนกรานหนักแน่นว่าไม่รู้จักกลุ่มคนชั่วพวกนั้น แต่อาศัยอยู่ที่นี่มานาน จะเป็นไปได้อย่างไรที่ไม่เคยระแคะระคายเรื่องราวเลย และสิ่งที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่า คือลูกสาวของตนกลับลอบไปกราบไหว้คนโฉดซึ่งทั้งมนุษย์และเทพเซียนต่างรุมสาปแช่ง!
“ไม่จริง…” มารดาของเธอพึมพำเสียงแผ่ว “ลูกฉันร่างกายอ่อนแอ แค่เดินลงบันไดยังลำบากเลย…”
“ลูกสาวผมเป็นคนจิตใจดี เธอไม่มีวันทำเรื่องพรรค์นี้เด็ดขาด…” ฝ่ายพ่อเอ่ยด้วยความงุนงง
ทั้งสองคนหันขวับไปมองเป้ยเฉินอวี่เป็นตาเดียว
เป้ยเฉินอวี่ช็อกจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง เธอคิดมาตลอดว่าตึกร้างนั้นไม่มีคนอยู่ จึงไม่น่ามีกล้องวงจรปิดติดไว้ แต่ใครจะคาดคิดว่าความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น…
“หนู… หนู…” เธอละล่ำละลักจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าไปมา หยาดน้ำตาพรั่งพรูตามจังหวะการเคลื่อนไหว ดูช่างน่าสงสารและไร้ที่พึ่งพิงเหลือเกิน…
ทันใดนั้น สายตาเธอก็พลันเหลือบไปเห็นซูอีเฉินซึ่งยืนอยู่นอกวงล้อมฝูงชน ราวกับเห็นแสงแห่งความหวัง!
เด็กสาวตะเกียกตะกายลุกขึ้นโซเซพลางร้องไห้โฮ