ง”
“ไร้ทางเลือก ผมเลยต้องเข้าโรงงานไปช่วยขันน็อต ใครจะคิดว่าผ่านไปแค่เจ็ดวัน โรงงานนั่นก็ล้มละลายไปอีก!”
“แล้วยังไงต่อคะ?” สองแม่ลูกถึงกับนั่งยอง ๆ เท้าคางฟังอยู่ข้างประตูคุกพลางถามขึ้นพร้อมกัน
เจ้าผีดวงซวยถอนหายใจ “ตอนนั้นผมคิดว่าต้องหาที่ที่มั่นคงที่สุด เลยไปสมัครเป็นคนทำความสะอาดในเรือนจำ เพราะคิดว่ายังไงคุกคงไม่มีทางล้มแน่ ๆ ใช่ไหมล่ะครับ? แต่ที่ไหนได้… ขนาดคุกก็ยังถูกปิดกับเขาด้วย!”
ซู่เป่าและซูจิ่นอวี้ถึงกับตาค้าง
“เขามีการวางผังเมืองใหม่พอดีครับ คุกเก่าแห่งนี้เลยถูกสั่งทุบทิ้งทลายราบเพื่อปรับภูมิทัศน์ ผมเลยถูกเลิกจ้างไปตามระเบียบ”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ?” ซู่เป่ารู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่างพิลึกพิลั่นเกินคนธรรมดาจะเจอ
“หลังจากนั้นไม่ว่าผมจะไปสมัครบริษัทไหน ที่นั่นก็ล้มละลายไปเสียหมด จนบรรดาเถ้าแก่ทั่วสารทิศต่างพากันเข็ดขยาดและสั่งห้ามไม่ให้ผมก้าวเท้าเข้าบริษัทเด็ดขาด”
“ตอนนั้นผมไม่มีเงินติดตัวแม้แต่หยวนเดียว ถึงได้ซึ้งใจว่าการดิ้นรนในสังคมมันโหดร้ายเพียงใด…”
“สุดท้ายผมเลยบากหน้ากลับไปขอร้องพ่อเพื่อกลับไปเรียนต่อ พ่อก็ยอมตกลงนะ แต่ผมเพิ่งกลับเข้าห้องเรียนได้เพียงไม่กี่วัน โรงเรียนก็ดันปิด!”
ซู่เป่าและซูจิ่นอวี้ อุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นตะลึง เด็กน้อยตาโตเท่าไข่ห่านพลางเอ่ยถาม “โรงเรียนก็ยังล้มละลายได้ด้วยเหรอคะคุณแม่?”
‘ความสามารถระดับทำลายล้างแบบนี้ ถ้าพี่หานหานมาเห็นเข้าต้อ