งถูกใจมากแน่ ๆ เลย!’
เจ้าผีดวงซวยร้องสะอื้นจนตัวโยน “ที่จริงคือโรงเรียนเดิมถูกยกระดับให้กลายเป็นโรงเรียนชื่อดัง พื้นที่ทั้งหมดจึงถูกสั่งรื้อถอนเพื่อก่อสร้างตึกใหม่ ส่วนพวกนักเรียนที่ผลการเรียนย่ำแย่อย่างผมก็ถูกโละไปเรียนต่อยังโรงเรียนสายอาชีพแทน”
“ผมไม่มีทางเลือกเลยต้องซัดเซพเนจรกลับบ้านพอกลับไปถึง… บ้านเกิดก็หายไปแล้ว…”
“ทำไมบ้านถึงหายไปอีกแล้วล่ะคะ?” ซู่เป่าถามย้ำด้วยความฉงน นี่มันยิ่งกว่าคำว่าอาภัพเสียอีก ไปเยือนแห่งหนใดที่นั่นก็พินาศวอดวาย แม้แต่บ้านช่องก็ยังไม่เว้นเหรอเนี่ย?
“พ่อกับแม่ผมทะเลาะกันบ้านแตก แม่โกรธจัดจนหนีไปทำงานต่างจังหวัดและไม่กลับมาเหลียวแลบ้านอีก พ่อผมทนความเหงาไม่ไหวก็เลยหนีตามแม่ไปอีกคน” ซูจิ่นอวี้ถึงกับกุมขมับ
ในเมื่อสิ้นเนื้อประดาตัว เขาจึงต้องเริ่มใช้ชีวิตตามมีตามเกิด ด้วยความเป็นเพียงนักเรียนที่ไร้ทักษะติดตัว เขาจึงต้องระเห็จออกจากอำเภอเดิมมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง
แต่เพียงครึ่งปี ร้านอาหารน้อยใหญ่ โรงแรม หรือบริษัทต่าง ๆ ที่เขาไปร่วมงานก็พากันล้มหายตายจากไปถึงสิบเอ็ดสิบสองแห่ง จนชื่อเสียงของเขาเลื่องลือไปทั่วตัวเมืองในฐานะตัวซวยที่ไม่มีใครกล้าต้อนรับ
วันหนึ่งเขาไปสัมภาษณ์งาน ทันทีที่ผู้สัมภาษณ์เห็นหน้าเขาก็ควักเงินส่งให้ทันที “บอกกจะให้ผมห้าพันหยวน แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปสมัครงานบริษัทฝั่งตรงข้ามแทน!” เขาเลยลองไปสมัครที่นั่น ปรากฏว่าบริษัทคู่แข่งกลับยื่นข้อเสนอใ