จยิ่งนัก
“ในเมื่อเขามาหาเธอ แถมยังช่วยแก้แค้นเหวยหว่านให้ด้วย ดูเหมือนว่า… เขาจะต้องการเอาใจเธอนะ?”
ช่างเป็นวิญญาณที่มีเป้าหมายชัดเจนเหลือเกิน ตัวตนยังไม่ทันปรากฏให้เห็นชัดแจ้ง ก็ชิงลงมือจัดการศัตรูให้ก่อนเสียแล้ว
“แล้วนั่นมันวิญญาณหน้าไหนกันล่ะ?” ซูจิ่นอวี้โพล่งถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ ทำเอาจี้ฉางถึงกับมุมปากกระตุก
เธอยังคงทำหน้าซื่อตาใสพลางคิดในใจว่าตนเองก็ไม่ได้พูดอะไรผิดเสียหน่อย บรรดาจิตวิญญาณที่ละสังขารไปนานปี หากไม่เรียกว่าผีแล้วจะให้เรียกว่าอะไรได้อีก?
หญิงสาวขยับเข้าไปชะโงกหน้าพยายามมองสมุดบันทึกวิญญาณเล่มนั้นใกล้ ๆ
แต่ก็เหมือนทุกครั้ง… ที่ไม่อาจมองเห็นข้อความใด ๆ บนหน้ากระดาษได้เลย
“ในนั้นเขียนว่าอะไรเหรอคะ?” ซูจิ่นอวี้ถาม
จี้ฉางโบกมือให้ตำราเล่มนั้นเลือนหายไป เขาตอบเรียบ ๆ “ไม่มีอะไรมากหรอก แค่มีชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นมาเท่านั้น”
“ชื่ออะไรล่ะ” ซูจิ่นอวี้เซ้าซี้
“หลงอ้าวเทียน” จี้ฉางเอ่ยชื่อนั้นออกมาชัดเจน
“???”
‘ดีจริง ๆ นี่มันพล็อตเรื่อง ‘เกิดใหม่ข้ามมิติมาตีดอกบัวใจดำกับหลงอ้าวเทียน’ หรือยังไงกันเนี่ย?’
“มีหลงอ้าวเทียนแล้ว งั้นฉันคงต้องเป็นเยี่ยฟานสินะ” ซูจิ่นอวี้บ่นพึมพำด้วยความเหนื่อยหน่าย
ซู่เป่าไม่เข้าใจว่าคุณแม่กำลังพูดถึงมุกตลกอะไรอยู่ ทราบเพียงแต่ว่าชื่อนี้ฟังดูเท่ไม่เบา เธอจึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ผีตนนี้เก่งมากเลยเหรอคะคุณแม่?”
ยามที่ยังมีลมหายใจ หากซูจิ่นอวี