ต้ใบหน้าเรียบเฉยของอาจารย์ขึ้นมาบ้างแล้ว
เป็นไปตามคาด จี้ฉางเอ่ยต่ออย่างหน้าตาเฉย “งั้นก็ถือว่าเธอจัดการเอง ถูกไหม?”
เพราะเมื่อครู่เขาจงใจฟาดลงบนตาข่ายจับวิญญาณ ไม่ได้สัมผัสถูกตัวผีใจดำโดยตรงเสียหน่อย…
ซูจิ่นอวี้ถึงกับมุมปากกระตุกยิก
เธอเริ่มสงสัยขึ้นมาจริง ๆ แล้วว่า หากปล่อยให้ซู่เป่าเรียนรู้จากอาจารย์แบบนี้ต่อไป ลูกรักตัวน้อยของเธอจะถูกพาเดินหลงทิศหลงทางไปไกลขนาดไหนกันแน่!
*
อีกด้านหนึ่ง ณ สถานีตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบปากคำผู้ดูแลหลี่ท่ามกลางบรรยากาศเคร่งเครียด
“หลี่ซู่เอ๋อ คนชราเหล่านั้นไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับคุณเลยสักนิด แล้วทำไมคุณถึงต้องลงมือฆ่าพวกเขาด้วย?”
ยามนี้หลี่ซู่เอ๋อดูเหนื่อยล้าจนไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน เธอตัดสินใจสารภาพความจริงออกมาทั้งหมด “ก็เพราะชีวิตมันน่าเบื่อเกินไปน่ะสิคะ วัน ๆ พวกเขาเอาแต่ชี้นิ้วสั่งให้ฉันทำโน่นทำนี่ เหมือนกับว่าฉันเกิดมาเพื่อเป็นขี้ข้าให้คนพวกนั้นคอยบงการชีวิตอย่างนั้นแหละ”
“ทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงได้มีเงินทองใช้สอยมากมาย ได้ยืนอยู่บนที่สูงส่งและสุขสบาย ส่วนฉันกลับต้องมาคอยรองมือรองเท้าพวกเขาล่ะ ฉันแค่รู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ชีวิตมันไม่มีอะไรน่าสนุกอีกแล้ว… ฉันก็เลยลองฆ่าคนแรกดู”