็มีเสียงประทัดดังลั่นขึ้นจนเด็ก ๆ กระโดดเหยงวิ่งหนีกันอลหม่าน!
ซูอิงเอ๋อร์หัวเราะลั่น “มาแล้ว! อยากได้ประทัดใช่ไหม ลุงจะช่วยเติมเต็มความฝันเด็กน้อยทุกคน!”
“ลุงห้า! คุณลุงโกงนี่นา!” ซู่เป่าทำหน้าบึ้ง ซูอิงเอ๋อร์ยิ้มกว้างพลางอุ้มหลานสาวขึ้นแบกบนบ่าเดินเข้าบ้าน
บนโต๊ะอาหาร ซู่เป่าบรรจงตักข้าวใส่ชาม วางเนื้อและกับข้าวอย่างเป็นระเบียบ แล้วเสียบตะเกียบไว้บนข้าว…ตามธรรมเนียมของผู้ล่วงลับ
“แม่คะ ทานเลยนะ!” เธอวางชามข้าวนั้นไว้ด้านข้าง
คุณนายเฒ่าซูมองดูภาพนั้นด้วยความกังวล… ‘หนูน้อยคงคิดถึงแม่มากสินะ?’
แต่แล้วเธอก็เห็นซูอิงเอ๋อร์ช่วยคีบอาหารใส่ชามเพิ่มให้ด้วย “ทานเยอะ ๆ นะ ทานเยอะ ๆ!”
แม้แต่ซูอีเฉินยังช่วยคีบผักชีออกจากเนื้อไก่ เพราะรู้ว่าซูจิ่นอวี้ไม่ชอบทานผักชี
คุณนายเฒ่าซูได้แต่จ้องมองลูกชายทั้งสองอย่างตำหนิ…
เด็ก ๆ เล่นสนุกกัน พวกแกยังจะไปเล่นตามหลานอีกเหรอ!
ด้านข้าง ซูจิ่นอวี้ทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น เธอกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยจนไม่นานชามข้าวก็หมด ซู่เป่าทำหน้าย่น แอบเหลือบมองกระเป๋าเงินตัวเอง พร้อมรีบนำข้าวเย็นชืดมาไว้ตรงหน้า แล้วส่งชามเล็ก ๆ ของตัวเองไปเสียบตะเกียบแทน
“เอ๊ะ! ยังมีอีกเหรอ!” ซูจิ่นอวี้กินต่อด้วยความเอร็ดอร่อยและไม่นานก็กินหมดอีกครั้ง
ใบหน้าของซู่เป่าเริ่มฉายแววกังวล เด็กน้อยเริ่มบีบนิ้วมือนับเลขในใจ…
‘แม่กินไก่หนึ่งตัวต่อมื้อ วันหนึ่งอย่างน้อยก็ 200 หยวน’
‘เดือนหนึ่