่บนหัวน้องสาว “ฉันกำลังจะจับมันอยู่น่ะสิ”
เด็ก ๆ ทั้งสามคนเริ่มคุยกันจ้อกแจ้กทันที ซู่เป่าพูดอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ถนัดก่อนโบกมือเรียก “ตามหนูมา!”
บัดนี้เด็กน้อยมีผู้ติดตามเพิ่มมาอีกสองคน
และสองคนนี้ดันเป็นพี่ชายกับพี่สาวของเธอเอง…
ทั้งสามวิ่งพรวดพราดเข้าไปในตึกหลัก
ซูเหอเวิ่นล้วงกระเป๋าเดินออกมาอย่างสง่างามตั้งท่าจะทักทายบางอย่าง แต่วิญญาณของซูจิ่นอวี้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพลางอุทาน “อา… กลับบ้านช่างดีจริง ๆ!” เมื่อเห็นซูเหอเวิ่น เธอก็เอื้อมมือไปลูบผมเขาด้วยความเอ็นดู “ว่าไง เหอเหวิ่นน้อย!” พูดไปลูบไป จากนั้นเธอก็ทะลุผ่านใบหน้าของเขาบินเข้าไปข้างใน
ซูเหอเวิ่นรู้สึกได้ถึงสัมผัสอันเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง จนสั่นสะท้านไปถึงกระดูก
ช่วยด้วย! อาหญิงที่ตายไปแล้วจู่ ๆ ก็มาโจมตีผม!
*
เมื่อคุณยายซูออกจากโรงพยาบาล บรรยากาศในบ้านก็เต็มไปด้วยความสุข กลิ่นหอมของไก่ต้มลอยอวลไปทุกที่
“เตรียมทานข้าวกันได้แล้ว!” มู่กุยฝานตะโกนเรียกเสียงดัง
ซู่เป่าวิ่งไปจุดธูปหนึ่งดอกปักลงบนพื้นดินหน้าประตูใหญ่ จากนั้นก็ช่วยแม่บ้านอู๋นำไก่ต้มขาวออกมาวางบนโต๊ะเพื่อไหว้บรรพบุรุษก่อน
ทันใดนั้นทั่วลานบ้านก็อบอวลไปด้วยกลิ่นไก่และไม้จันทน์ ให้ความรู้สึกเหมือนบรรยากาศวันปีใหม่ไม่มีผิด! ซู่เป่าพูดอย่างเสียดาย “ขาดแค่เสียงประทัด ถ้ามีประทัดสักชุดก็จะสมบูรณ์แบบมากเลยค่ะ!”
ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีประทัดถูกขว้างเข้ามา
ตูม! ปัง!
จู่ ๆ ก