าที่คุณปู่พูดมาทั้งหมดน่ะ… ผิดหมดเลยค่ะ!”
ผู้อำนวยการอวี๋กลั้นโทสะเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด “ตอนนี้ไม่เป็นไร ไม่ได้แปลว่าอีกสักพักจะไม่เป็นไร!”
เขารู้สึกไม่พอใจ แต่ซู่เป่ากลับไม่พอใจยิ่งกว่า “คุณปู่คะ… หรือคุณปู่แอบหวังให้คุณยายของหนูไม่สบายกันแน่?”
“บ้าไปแล้ว!” ผู้อำนวยการอวี๋รีบโพล่งออกมา “ฉันจะไปหวังให้คุณนายไม่ดีได้ยังไง? เรื่องการแพทย์ เดี๋ยวนี้ดูปกติดี อีกวินาทีก็อาจต้องปั๊มหัวใจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอด!”
อันที่จริงแล้วสิ่งที่เขาพูดจะมีมูลความจริงหรือไม่ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ แต่ซู่เป่ายังคงย้ำคำเดิม “แต่ทุกอย่างที่คุณพูดมามันผิดจริง ๆ นี่คะ”
ผู้อำนวยการอวี๋หลุดหัวเราะด้วยความโมโห “เด็กอย่างเธอรู้อะไร? รู้หรือว่าการแพทย์คืออะไร? ฉันพูดผิดหมด แล้วเด็กอย่างเธอจะพูดถูกงั้นหรือ?!”
“อืม ถูกต้องแล้วค่ะ!” ซู่เป่าจ้องมองเขาด้วยสายตามุ่งมั่นพลางพยักหน้า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
“อย่างน้อยหนูก็ทำให้คุณยายลุกขึ้นยืนได้ แต่คุณปู่ทำไม่ได้นี่นา” ซู่เป่าตอกกลับนิ่ม ๆ
ผู้อำนวยการอวี๋โกรธจนหน้าดำหน้าแดง “เหลวไหล! ถ้าเธอสามารถทำให้คุณนายซูลุกขึ้นยืนได้จริง ๆ ละก็ ฉันจะยอมเรียกเธอว่าบรรพบุรุษเลยเอ้า!”
ยอมเป็นหลานของเด็กคนนี้เลย ดีไหมล่ะ?!
ซู่เป่าทำหน้าตกใจพลางโบกมือปฏิเสธทันควัน “ไม่เอาหรอกค่ะ หนูไม่มีอั่งเปาให้คุณปู่หรอกนะ!”
ฮึ! คุณปู่คนนี้แย่จัง รักษาคุณยายไม่หายแล้วยังพูดจาไร้สาระ
แถมย