กลัว “แล้ว… ทำไมต้องวาดวงกลมด้วยล่ะ?”
“ต้องวาดวงกลมก่อนพวกเขาถึงจะได้เงินค่ะ ไม่งั้นเงินก็ปลิวหายไปตามลมหมดน่ะสิ!” ซู่เป่าสอน “พี่ชายจำไว้นะคะ ถ้าจะเผาให้ใครต้องวาดวงกลมเสมอ ถ้าเจ้าตัวไม่อยู่ตรงนี้ก็ต้องเขียนชื่อวันเดือนปีเกิดกำกับไว้ด้วย ไม่งั้นเขาไม่ได้รับหรอกค่ะ”
“แล้วพวกที่เผาตามสี่แยกช่วงวันสารทจีนล่ะ? ไม่เห็นเขาวาดอะไรเลย” จื่อซีเริ่มตั้งคำถาม
“นั่นแหละค่ะ เงินพวกนั้นส่วนใหญ่ไปไม่ถึงญาติหรอก แต่มันจะตกไปอยู่ในมือสัมภเวสีเร่ร่อนที่มายืนออรอรับอยู่รอบ ๆ แทน… เข้าใจหรือยังคะ?” ซู่เป่าถามย้ำเหมือนคุณครูเช็กชื่อนักเรียน
นี่เขาต้องมาเรียนรู้วิธีให้เงินข้ามมิติอะไรแบบนี้ทำไมเนี่ย?!
เมื่อเปลวไฟมอดดับแผ่นสุดท้าย ซู่เป่าก็ใช้ดาบไม้ท้อเขี่ยขี้เถ้าเบา ๆ “เรียบร้อยค่ะคุณลุงคุณป้า นี่ค่าเช่าบ้านของพวกหนูนะคะ!”
ป้าผีฉีกยิ้มกว้างด้วยความตื้นตัน “โถ่… แม่หนูช่างรู้ความจริง ๆ! หลายปีมานี้ไม่มีใครเซ่นไหว้พวกเราเลย ต้องออกไปแย่งเงินตามสี่แยกกินไปวัน ๆ ลำบากแทบแย่”
ลุงผีกับป้าผีเดินเข้าไปในวงกลมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เก็บเงินด้วยสีหน้าเบิกบาน “เอาละ ในเมื่อแม่หนูใจดีขนาดนี้ เดี๋ยวลุงกับป้าจะไปขอนอนบ้านเพื่อนข้าง ๆ ให้สักสองวันนะ พวกเธอตามสบายเลย! มีอะไรที่พวกเราช่วยได้ บอกมาได้เลย!”
นี่มันการเปิดหูเปิดตาครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต!
ประตูสู่โลกใหม่ถูกกระชากเปิดออกต่อหน้าต่อตาซูจื่อซีแล้วจริง ๆ
ซู่เป่า