คุณยายลุกขึ้นยืนได้แล้ว แถมยังมีแรงตีคนได้ด้วย!
“เจ๋งชะมัด…” ซูเหอเวิ่นพึมพำด้วยความทึ่ง
ภายในห้องนอนที่เคยเป็นเขตหวงห้าม ตอนนี้ซูจื่อซีถูกทุบตีจนต้องร้องโอดโอย หญิงชราที่เต็มไปด้วยแรงโกรธ มีพลังทำลายล้างเกินขีดจำกัด
“ดื้อใช่ไหม! แกดื้อได้คนเดียวเหรอ!”
“วันนี้ถ้าไม่ตีจนหน้าแกแดงเถือกเหมือนดอกท้อ แกก็คงไม่รู้ซึ้งว่าทำไมชีวิตมันถึงได้ขมขื่นขนาดนี้!”
“ถ้าวันหลังฉันยังได้ยินคำพูดระคายหูพวกนั้นอีก เจอกันครั้งไหนฉันจะฟาดให้ยับครั้งนั้น!”
ซูจื่อซีขอบตาแดงซ่าน แต่กลับปิดปากเงียบกริบ!
เขาไม่ได้ขัดขืน แต่ก็ไม่ยอมปริปากขอโทษแม้แต่คำเดียว ได้แต่กัดฟันทนรับความเจ็บปวดจากไม้เท้าที่ฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า
คนในครอบครัวอยากเข้าไปห้าม แต่พอคิดถึงความร้ายกาจที่จื่อซีทำไว้ สุดท้ายก็เลือกที่จะนิ่งเฉย ปล่อยให้คุณนายซูระบายความโกรธไปเสียให้เข็ด เผื่อว่าความเจ็บปวดครั้งนี้จะช่วยขัดเกลานิสัยเขาได้บ้าง…
ทว่ามีเพียงซู่เป่าคนเดียวเท่านั้นที่ทนเห็นไม่ได้ ยัยหนูขอบตาแดงก่ำวิ่งโผเข้าไปกอดเอวคุณนายซูไว้แน่น “คุณยายคะ… อย่าตีพี่เขาอีกเลยนะคะ…”
“พี่จื่อซีเจ็บ… พี่เขาต้องเจ็บมากแน่ ๆ เลย” เธอพูดไปสะอื้นไป
คุณนายซูชะงักมือ มือที่ถือไม้เท้าเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นน้ำตาของหลานสาวตัวน้อย
ซูจื่อซีหันหน้าหนีอย่างดื้อรั้น เขาพยายามอดกลั้นความเจ็บจนเส้นเลือดปูดโปน เสียงที่เอ่ยออกมาถึงกับแหบพร่า “ไสหัวไปซะ! บอกแล้วไงว่าไม่ต้อ