ต่างก็กลัว… กลัวว่าหากบีบคั้นเกินไป เด็กคนนี้จะเตลิดเปิดเปิงจนกู่ไม่กลับ
แต่ตอนนี้… ทุกอย่างมันเกินขีดจำกัดจะทนไหวแล้ว!
หญิงชราคว้าไม้เท้าคู่กายที่เคยใช้เพียงพยุงกายยามลุกนั่ง คราวนี้เธอกลับกำมันไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แล้วก้าวเดินดุ่ม ๆ เข้าหาจื่อซีด้วยท่วงท่าดุดัน ผิดกับคนป่วยที่เคยเอาแต่นั่งแห้งเหี่ยวบนรถเข็นมานานหลายปีอย่างสิ้นเชิง
ปัง! เสียงไม้เท้าฟาดลงบนเรียวขาของจื่อซี ความรุนแรงนั้นหนักหน่วงจนเกิดเสียงดังสนั่นก้องไปทั่วห้องที่เคยเงียบสงัด
ซูจื่อซีเบิกตากว้างจนแทบถลน ดวงตาคู่นั้นที่เคยฉายแววอวดดี บัดนี้สั่นระริกด้วยความตระหนก เขาจ้องมองคุณย่าที่ยืนเด่นอยู่ตรงหน้า ความเจ็บแปลบแล่นปลาบจากหน้าแข้งขึ้นสู่สมองยังไม่น่าตกใจเท่ากับภาพที่เห็น
นี่มันเรื่องเหลือเชื่อชัด ๆ! คุณย่าเป็นอัมพาตครึ่งตัวมาตลอดสี่ปี ตอนนี้โกรธจัดจนลุกขึ้นยืนเดินมาตบตีเขาได้แล้ว!
ทุกคนอึ้งจนลืมหายใจ นี่คืออาการช็อกระดับโลก! คุณย่าโกรธหลานชายจนสร้างปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ ลุกขึ้นจากรถเข็นมาวาดลวดลายไม้เรียวได้เอง!
ซูจื่อหลิน ถึงกับพูดติดอ่าง “แม่… แม่ครับ… แม่เดินได้…”
คุณนายซูไม่สนคำทักท้วง เธอระดมฟาดไม้เท้าใส่จื่อซีพลางด่ากราด “ไม่ต้องมาห้ามฉัน! วันนี้ใครหน้าไหนก็อย่าหวังมาขวาง ต่อให้ยมทูตโผล่มาตอนนี้ฉันก็จะไม่หยุดตีมัน!”
ซู่เป่าช็อกจนปากอ้าค้างเป็นรูปตัวโอ ลืมความน้อยใจที่เพิ่งโดนตะคอกใส่เมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น